รูปโดนๆ จากรถไฟฟ้ามาหานะเธอ
ว่างๆคับ ก็เลยคัดรูปสวยๆเก็บไว้ หนึ่งในสองสิ่งที่ผมชอบกับเรื่องนี้ก็คือ งานด้านภาพ สวยงามมาก ต้องขอบคุณพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ที่ทำให้ผมได้เห็นมุมกรุงเทพฯสวยๆ แบบโดนๆกับเขาซักที
มุมเหงา
ภาพมุมเงย เห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เป็นองค์ประกอบด้านหลัง ส่วนเธอมองมุมต่ำ สะท้อนความเงียบเหงาและโหยหา เปรียบกับว่าความเหงามันทำให้สิ่งรอบกลายเป็นแค่องค์ประกอบของชีวิตเท่านั้น
มันอยู่ในใจความ
ผมหารูปนี้นานมาก(เจอในเวป gth แต่โหลดไม่ได้) ภาพนี้จะเห็นว่ากรุงเทพฯสกปรกแค่ไหน แต่องค์ประกอบเรื่องความสกปรกนี้ เราสามารถมองข้ามมันไป เพราะ อารมณ์ของภาพ เป็นอารมณ์ครุ่นคิด และ่ยิ้มกริ่มในใจ ความหมายในกระดาษที่ถือไว้มันมีความสำคัญกว่าภาพพื้นหลังที่มันสกปรกๆแบบนี้เป็นไหนๆ ภาพโฟกัสที่คน ประหนึ่งโดดเดี่ยวในเมืองที่สกปรกซกมกเช่นนี้กระดาษนี่เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ดึงอารมณ์ของภาพไว้ได้
เขาคือใครน่ะ
แววตาใคร่รู้ ปนความชื่นชอบ เป็นการแอบที่มีความสุข
เพราะการแอบนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความโรแมนติก กับหนัง 3 เรื่องในแถวกลาง
เป็นหนังโรแมนติกที่สุดๆมาก ส่วนแถวล่างนี่จงใจทำเหมือนความรักในเทพนิยาย
ส่วนแถวบนมองความรักเป็นเหมือนเกม สนุกทุกเรื่องครับ
โทรมาน่ะ
ภาพแห่งความหวัง สายตามองสูง ขณะที่มือกำลังเขียน
อารมณ์ขณะนั้นมองหาความหวังอยู่ว่า เขียนแล้วเขาจะโทรมาไหม
ผมชอบตรงเห็นคำว่า ทางลงฉุกเฉินอยู่ข้างหลังจางๆครับ มันให้ความหมายว่า
มันมีสองโอกาสอยู่ที่เราจะเลือกเขียนหรือไม่เขียน
ขอบใจสำหรับของน่ะ
เสียดายผมหารูปหน้าของเธอตอนหลังจากให้ของไม่ได้
แต่รอยยิ้มอันอิ่มเอิบของเธอหลังจากให้ของนั้น
เป็นความสุขที่เราได้ทำอะไรบางอย่างไป
นั่นเป็นรอยยิ้มที่ผมชอบที่สุดในหนังแล้วครับ เพราะว่า
ความสุขแรกที่ได้จากการให้เนี่ย เป็นสุขที่สุดในชีวิตคู่น่ะครับ
ขอบใจสำหรับของน่ะ
เวลาเรามองสิ่งของที่คนรักให้ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
อารมณ์ของภาพนี้เป็นเช่นนั้น รอยยิ้มบางๆที่มุมปาก บอกเราว่า
ความสุขนี้หาที่ไหนไม่ได้จริงๆ
หวั่นวิตก กลัวๆ ว่าเขาจะชอบของเราไหม
ความกล้าๆ กลัวๆจะเกิดขึ้นเสมอเวลาที่เราได้ทำอะไรบางอย่างลงไป ใบหน้าแสดงอารมณ์ของเธอ กับเสื้อสีม่วง ให้อารมณ์หม่นๆ กลัวๆนิดๆ สิ่งที่เราทำไปจะดีไหม ถ้ามันไม่ดีเค้าจะคิดอะไรผิดไปรึป่าว...
โอกาสของความรักไม่ได้มีตลอดเวลา
ใบหน้าของเธอแสดงอารมณ์กึ่งๆระหว่างความสุข กับความวิตก มันมีริ้วรอยเปือนแห่งความสุข แต่ยังไม่สมหวังจึงยังมีความวิตกติดอยู่บนใบหน้า มาลุ้นกันว่าความรักนี้จะสำเร็จรึป่าว

นายชอบเราน่ะ
คนหนึ่งยังกังวลๆอยู่ว่าเขาจะชอบเราไหม ส่วนอีกคนรอยยิ้มเปื้อนความสุขที่ได้มาเที่ยวกับคนที่เขาเริ่มจะชอบ เป็นสองอารมณ์สองจังหวะที่ขัดแย้งกัน แต่ลงตัวกับองค์ประกอบ แต่ประหลาดที่หญิงแต่งดำ(น่าจะหมายความว่า ยังกลัวๆกล้าๆ) ส่วนชายแต่งฟ้า นั่นหมายถึงความสุข สนุก โอกาส
มาสนุกด้วยกันซิ
คนหนึ่งเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข สนุก ส่วนอีกฝ่ายเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจนัก แม้จะมีรอยเปื้อนยิ้มบางๆ ใกล้แล้วละที่ความรู้สึกของทั้งสองคนจะตรงกัน
ภาพแห่งความสุข
ภาพนี้เป็นภาพคู่ที่ผมชอบที่สุด สังเกตว่าทั้งสองคนมีรอยยิ้มกริ่มๆ ไม่ว่าภาพหลังจะสวยแค่ไหน แต่องค์ประกอบนั้นลงตัว สีเสื้อของทั้งสองก็ออกโทนเดียวกัน สีพื้นหลังก็ใช่ เป็นภาพที่ดูแล้วมีความสุขมากๆ
หนาวกาย แต่สุขใจ
นี่ก็เป็นอีกภาพที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของทั้งสอง ทำให้องค์ประกอบของแสงและเงา ที่ตกมาจากทางซ้ายทำให้เรารู้สึกอิ่มเอิบ และเป็นสุขได้ ลมหนาวๆที่พัดมา ทำให้กายเย็นยะเยือก แต่ใจกลับเต็มเปื่ยมไปด้วยความสุข เป็นสองรูปที่ดูแล้วอิ่มเอิบซะจริง
สุขที่สุด คือสุขทางใจ
รูปคู่รูปนี้ จะเห็นว่าสาวเธอยิ้มกว้างที่สุดแล้ว การสบตาเป็นความสุขที่สุขที่สุดแล้ว เพราะมันเหมือนว่าเราได้เข้าใจกันและกัน นี่เป็นภาพที่คล้ายกับภาพที่ 3,4 แต่เป็นภาพมุมสว่าง ที่องค์ประกอบตัดกัน โดยเฉพาะสีเสื้อของทั้งสอง ผู้ชายสีเข้ม ส่วนผู้หญิงสีอ่อน แสดงความแตกต่างระหว่างชายหญิง (ถ้าเป็นในหนังจะบอกว่า คนหนึ่งทำงานกลางวันอีกคนทำงานกลางคืน)
ยิ้มอยู่คนเดียว อยากยิ้มบ้าง
ภาพที่เน้นอารมณ์ของคนสองคน คนหนึ่งยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนรู้ว่าอีกคนแอบมองดูอยู่ด้วยความอิ่มใจ ในขณะที่คนมองอยากมองด้วยความรู้สึกที่ว่า อยากเห็นคนมีความสุข ... รู้สึกจะเลือกภาพคู่แบบสุขๆหลายรูปและ
รักน่ะ จุ๊บๆ
องค์ประกอบภาพนี้เป็นภาพแอบถ่าย ในขณะที่คนหนึ่งหลับ อีกคนหนึ่งก็อยากทำให้เธอมีความสุข บางทีในจังหวะที่เธอตื่นเขาอาจจะไม่กล้าพอที่จะทำแบบนี้ก็ได้ แต่ว่านี่เป็นตอนหลับ มันเหมือนเป็นความสุขที่เราได้แสดงความรักให้คนที่เรารักขณะเขาหลับ มันสุขใจที่ได้ทำในขณะที่ใกล้กันขนาดนี้
ขอโทษนะ & ทำไมนายทำแบบนี้
เป็น A Moment หนึ่งที่มีกันทุกคนแหละ ผมชอบอารมณ์ของภาพนี้ ตรงที่ คนหนึ่งเหมือนจะงองอนจากอะไรบางอย่าง แต่เขาก็อยากที่จะขอโทษเพื่อชดใช้ความผิดนั้น ประมาณว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เป็นภาพที่ให้อารมณ์ได้หดหู่พอสมควร
ฉันเข้าใจแต่มันร้ายแรงจริงๆ
เป็นภาพหดหู่อีกภาพ ที่องค์ประกอบตัดกันได้ลงตัว ผ่านเสาตรงกลางบางๆ ทั้งสองรักกันมาก แต่เหตุการณ์บางอย่างที่เมื่อความจริงบังเกิด ความสุขมันไม่เหมือนเดิม เธอจะคิดว่าที่เขาทำมาทั้งหมดมันเพราะอะไรกันแต่ ในขณะที่เขารู้สึกผิดอย่างแรง รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดีแต่ก็น่ะ ผมขอโทษ
เพราะเราต่างกัน
สองรูปนี้ต้องคู่กันครับ เพราะเป็นภาพอารมณ์เดียวกันของทั้งสองคน แต่ต่างจังหวะและเวลา เริ่มจากจังหวะก่อน หญิงรถไฟจอดแล้ว แต่ชายรถไฟเพิ่งจะมา สองภาพทั้งสองสื่ออารมณ์ได้เหมือนกันว่าหดหู่และเงียบเหงา แต่จังหวะของทั้งสองภาพ หญิงนั้นรักอยู่เต็มใจ ส่วนชายนั้นเหมือนรักหายไป จังหวะของรถไฟฟ้าทำให้ผมชอบสองภาพนี้มาก มันเข้ากันได้จังหวะจริงๆ ถ้าใครสังเกตหน่อย ชายจะอยู่ข้างบน หญิงจะอยู่ข้างล่าง(มั้งน่ะ ถ้าผมจะไม่ผิด)
ทำไมต้องเป็นแบบนี้...
ความหมายตามรูปครับ
ขอโทษจริงๆน่ะ
ในหนังไม่ได้ความหมายแบบนี้น่ะครับ แต่อารมณ์ในภาพ ที่ใบหน้าของชายแสดงอารมณ์ว่า ผมขอโทษจริงๆกับทุกอย่าง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม...
ความหวังยังมีอยู่ต่อไป
การกอดที่ไม่เห็นหน้านี้ ใ้ห้ความรู้สึกแบบ ไม่ว่าชีวิตจะเป็นยังไง เราก็ต้องสู้กันต่อไป
แม้ยังมีรัก ก็ยังมีหวัง
ผมเลือกปิดด้วยรูปนี้ ที่คนสองคน มองไปทางเดียวกันสวนทางกับ BTS ที่ไปอีกฝั่ง ชีวิตคู่เป็นของเราสองคน ไม่ว่าโลกจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน ก็ไม่เกี่ยวกับเราสองคน ...