Pleasure Factory - Fact 1

posted on 24 Oct 2007 12:26 by l0ui5 in General

    ผมคงไม่เขียนวิจารณ์เรื่องนี้คับ แต่จะวิเคราะห์ให้ฟัง ด้วยหลายๆส่วนในหนังที่ผมค่อนข้างชอบ ไม่คิดว่าหนังกึ่งๆ Nudy จะทำให้ผมเห็นอะไรได้ขนาดนั้น มี Spoil เต็มเลยนะคับ ถ้าใครอยากดูก็ไม่ควรอ่านต่อนะคับ และไม่ค่อยเหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ซักเท่าไหร่...

    ผมค่อนข้างชอบการนำเสนอ ที่ตัวละครพูดไม่มาก แต่มีการแสดง และเหตุการณ์ หรือเพลงที่เข้ากับอารมณ์ในขณะนั้นของหนัง ผู้ชมต้องคิด และตัดสินเอาเองคับว่าหนังต้องการสื่ออะไร(ไม่ใช่ผู้กำกับต้องการสื่ออะไรนะ คนละเรื่องกัน) มันขึ้นอยู่กับการตีความหนังของแต่ละคนเอง ซึ่งบางทีก็เป็นความชอบส่วนตัวคับ ในการตีความนั้นๆออกมา อย่างที่ผมกำลังจะตีความในใจของผมเองว่าคืออะไร

    เหตุการณ์ของเด็กหนุ่ม ผู้ถูกรุ่นพี่ลากมาเปิดบริสุทธิ์ ตอนแรกเลยที่รุ่นพี่พามา ผมเชื่อว่าเด็กคนนี้มีความต้องการทางเพศระดับหนึ่งละ แต่สิ่งที่เขาขาดคือความกล้าที่จะเริ่ม เมื่อพี่พามาถึงที่ เจ้าตัวกลับหนีออกจากที่นั่นไป แล้วเดินออกตามหาเอาเอง เป็นการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง การเดินจะเป็นช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ เขาต้องรวบรวมความกล้ามากในการมองหา แต่ไม่ใช่การย่างก้าว เขาก้าวเดินเพื่อค้นหาความต้องการของตัวเอง มีครั้งหนึ่งที่เขาเดินเข้าไปในห้องกระจก ผมสังเกตว่า ผู้หญิงในห้องกระจก มีน่ารักๆมากๆ หลายคนทีเดียว แต่เขาไม่เลือก ผมไม่คิดว่าคนๆนี้มันตาไม่ถึงร็อกนะ แต่ผมคิดว่า ผู้หญิงในกระจกมันเพอร์เฟ๊กเกินไปว่ะ ดาวที่ล้อมไปด้วยดาว ของสูงขนาดนั้น บางทีกับครั้งแรก เราก็ไม่อยากเด็ดมันร็อก จริงไหม ลองถามตัวเองดู สำหรับผมตอบเต็มๆเลยคับ ว่า จริง ครั้งแรกมันเป็นเช่นนั้นจริงๆอะ อะไรที่มันเกิดขึ้นครั้งแรก สิ่งที่สูงเกินไป เราจะไม่พยายามไขว่คว้าร็อกครับ เพราะเรายังขาดความกล้าที่จะเลือกมัน เด็กคนนี้เดินต่อไป เขาเดินไปยังย่านที่เกรดต่ำๆลงมาเรื่อยๆ มีช่วงหนึ่งที่มีพ่อเล้าลากเขาเข้าไปยังที่ๆหนึ่ง เปิดไฟ แล้วมีผู้หญิงหน้าตาแก่ๆ หลายคนนั่งอยู่ มันเป็นช่วงเวลาแห่งการชักจูงคับ เหมือนช่วงเด็กๆ ถ้าเราถูกชักชวนไปไหน ก็โดนจูงจมูกง่ายคับ กับทุกๆเรื่อง ถ้าใจเราไม่แข็งพอ ก็หลุดคับ ถ้าเด็กคนนั้นโดนพ่อเล้าเซ้าจนถึงขีดสุด เขาก็จะเลือกเอาผู้หญิงหนึ่งในนั้นแน่ๆ แต่ใจเขายังแข็งพอ ถามตัวเองว่า ถ้าเราโดนชักจูงขนาดนั้น จะหนีรอดไหม ผมไม่ได้ถามเกี่ยวกับ Sex อย่างเดียวนะ ในหนังมันโจ่งแจ้งไปว่า ผู้หญิงหน้าตาเห่ยขนาดนั้น ใครจะเลือก เอาง่ายๆ ถ้ามีคนชักจูงให้คุณซื้อโทรศัพท์มือถือเงี้ย ตอนนั้นคุณกำลังอยากได้อยู่พอดี คราวนี้ไอ้คนที่ชักชวนมันก็บรรยายซะจนเราเคลิ้ม ถามว่า เราจะตัดสินใจซื้อมันเลยไหม หรือศึกษาให้มันรอบคอบกว่านี้ นี่เป็นเหตุการณ์สมมติคับ ถ้าเหตุการณ์จริง เราจะยังคิดอยู่อีกไหมว่าควรจะทำยังไง ... ไม่คับ มันคือ สันชาติญาณแล้วตอนนั้นนะ มาต่อดีกว่า คราวนี้ถึงเวลาที่เขาเจอคนที่ใช่ซักทีครับ เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย เธอไม่ชักจูงเขา เขาแค่สะดุดตากับสิ่งที่เขาต้องการ เขาหยุดยืนมอง พินิจพิเคราะห์ ยิ้ม มีความสุข ผมเชื่อว่า เด็กคนนี้ตัดสินใจแน่วแน่ในทันทีกว่า 80% แล้วว่าจะเอาผู้หญิงคนนี้ สเปคเธอ ก็ 80% ของผมเหมือนกัน ผมว่าความแตกต่างของเธอจากคนอื่นมีเยอะอยู่นะ ไม่ใช่ชุดที่แต่ง หรือหน้าตาหมวยๆน่ารักๆ แต่อยู่ที่ ความโดดเดี่ยวเหมือนกัน เวลาเราตัดสินใจเลือกอะไรเนี่ย เรามักจะเลือกสิ่งที่คล้ายๆกับเรา เธอไม่ได้ชักชวนเขา เธอยืนอยู่ในที่มืด แต่สามารถสะดุดตาคนๆหนึ่งได้ นั่นคือความแตกต่างครับ หลายครั้งเราพยายามมองหาสิ่งที่ดีที่สุด แต่มันอยู่ในจุดที่มืดมิดที่สุดในสายตาเราคับ ยากจะหาเจอ แต่มันไม่ยากเกิดไปคับ อีก 20% ที่เหลือ เกิดจากการที่เขาไปนั่งกินข้าว และเจอรุ่นพี่คนนั้นคับ เขากระเซ้าตรงจุดสำคัญ ทำให้ทุกอย่างไปเริ่มต้นกับที่ห้อง(ซ่อง) ได้สำเร็จคับ

     มาที่บนห้องบ้าง ผมเชื่อว่าครั้งแรกๆของหลายๆคนเป็นประมาณนั้นหละครับ พยายามทำให้เหมือนมีประสบการณ์ช่ำชอง ทั้งที่เป็นการขึ้นครู มันตรงข้ามกับพวกช่ำชองครับ ที่มักจะบอกว่ามาขึ้นครู เวลาผมไปเที่ยว ผมก็ชอบบอกว่าเชี่ยวๆแล้วคับ เพราะการบริการจะต่างกันคับ ผมช่ำชอบเรื่องเที่ยว แต่ผมจะบอกทำไมคับว่าผมมาเที่ยวบ่อย ถ้าบอกไป การบริการก็จะน้อยลงครับ เราจะทำเยอะขึ้น(เหนื่อยนะ) แต่ถ้าเราบอกว่าช่ำชอง เขาก็จะคิดว่าเราไม่เชี่ยว และบริการค่อนข้างดีคับ(แปลกดี) แน่ละว่าคำพูดอย่างเดียวมันบอกไม่ได้ร็อก เราต้องแสดงพฤติกรรมความไม่เชี่ยวให้เขาเห็นด้วย(มันทำให้เค้ารู้สึกเหมือนเด็กตัวเล็กๆ - พยายามทำตัวเช่นนั้นไว้คับตอนเที่ยว มันจะมีประโยชน์ต่อตัวท่านเอง) แน่นอนว่าคนที่มาขึ้นครู มันจะเก้งๆกังๆเหมือนในหนัง ผมชอบจุดเริ่มต้นคับ มันไม่เหมือนในหนังซักทีเดียวสำหรับวิธีการบริการ บางอย่างเขาไม่ให้ทำเลยคับ เพราะกลัวติดโรค แต่ก็ทำใจคับ มันมีโอกาสเสี่ยงอยู่แล้วทำอย่างนั้นนะ เรื่องถุงยางก็เหมือนกัน ผมว่ามันออกเว่อไปนิดๆนะ ผมว่าเปลืองตังไปหน่อยถ้าไม่ได้ฟรี มันเป็นการบอกผู้หญิงเลยว่า กรุมาขึ้นครูนะ อ้อมๆนะคับ สิ่งที่ทั้งสองคุยกันหลังเสร็จภาระกิจ เป็นความจริงที่เกิดขึ้นทั่วไปเลยคับ มันจะมีช่วงสัมภาษณ์ผู้หญิงอะคับ ว่ามาจากไหน เบื้องหลังเป็นไง ผู้หญิงบริการเนี่ย ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่พูดกันคับ บางคนก็พูดจริงคับ แต่จะผสมๆความเว่อๆไป ไม่มีใครมีชีวิตที่เพอร์เฟ็กร็อกครับ อย่างน้องคนนี้ ปมหลังเขาผมไม่รู้ร็อกคับว่าจริงๆเป็นยังไง แต่ที่เธอร้องไห้เนี่ย บอกหลายๆอย่างได้คับว่า ในใจเธอไม่ได้อยากที่จะเป็นอย่างนี้ร็อก ผู้หญิงร้อยละ 10 เท่านั้นแหละครับ ที่ทำงานเพราะฐานะทางบ้าน อีก 90 ที่เหลือ ทำเพื่อ เงิน คับ ผมว่าน้องเค้าโชคดีคับที่เจอร้อยละ 10 เนี่ย (ผมไม่เคยเจอเลยคับ) คนกลุ่มนี้มีความขัดแย้งทางจิตใจมาก เธอต้องการคนดูแลครับ(10% นี้ คือจุดที่มืดมิดที่เราหาไม่เจอ ในย่อหน้าที่แล้วคับ) เธอต้องการความรัก ผมว่า หลังจากคืนนั้น ถ้าผู้ชายเลือกสานความสัมพันธ์ต่อ เชื่อว่าได้แต่งแน่คับ รักกันจริงด้วย... หลังเหตุการณ์ คือความพร่ำเพ้อของฝ่ายชายคับ ผมรู้สึกว่าความรู้สึกนั้นมัน In-Love มากกว่าผลพลอยได้จาก Sex คับ ตอนผมเที่ยวแรกๆเนี่ย มันอารมณ์เหนื่อยๆมากกว่า ประทับใจเล็กๆ แต่ไม่เว่อขนาดนั้นคับ ผู้หญิงก็เช่นกันครับ เธอมองในกระจก แล้วคิดถึงจิตใจที่แท้จริงของเธอ ก่อนที่จะจบด้วยการกินไอติมคับ

     ถ้าผมกำกับหนังเรื่องนี้นะ ผมจะสานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อ มันเป็นหนังรักโรแมนติก กึ่งอีโรติก ได้สบายๆ และขายดีด้วยเชื่อเถอะ ผกก เลือกที่จะจบเหตุการณ์นี้ เพื่อให้ท่านๆ คิดต่อเองว่า หนังควรจะเป็นยังไง ฮืมๆ เยี่ยมคับ สำหรับพล็อตตรงนี้ ชอบมาก

Comment

Comment:

Tweet

หนังสั้น แม่นบ่open-mounthed smile

#1 By อากุง on 2007-10-25 07:59