think negative

posted on 02 Apr 2008 11:56 by l0ui5 in General

think negative

      ตั้งแต่ผมทำงานมาเนี่ย ถูกสอนมากมายให้คิด think positive ไว้ ถ้ามันเลวร้ายแค่ไหน ก็ think positive ไว้ มุขตลกๆที่วิทยากรมักสอดแทรกมา อาทิเช่น ถ้าสมมติ มีใครตด แล้วเหม็นมาก ก็ให้คิดซะว่า "ตดเพื่อให้ธรรมชาติสมดุล" เห้อ อีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น ไอ้คนเนี้ย แม้งชอบโกงเงินบริษัท ก็คิดในแง่ดี ว่า เค้าอาจหาตังไปใช้หนี้ ???

    เชื่อว่าหลายคนคงมีอติในใจมากมาย อะไรฟร่ะ บางเรื่องมัน think positive ได้ไง มันเลวร้ายขาดนั้น เหล่านี้คือสิ่งที่ผมโดนกรอกหูมาทุกวันว่า มรึงคิดในแง่ดีซะว่ะ คิดในแง่ดีซิว่ะ อะไรๆแม้งก็บอก คิดในแง่ดี จนแง่ดีมันไม่ถูกกะผมซักเท่าไหร่ ผมมีแนวคิดใหม่ๆมาเสนอ และผมเชื่อว่า การทำงานที่ดี ถ้าเอาแต่ think positive แม้ง "โง่" หรือจะเรียกแบบสุภาพว่า ฟังมาแบบไม่คิดอ่ะ(เค้าบอกให้ think positive ก็จะคิดแต่ positive ถ้าคิดได้แค่นี้ ผมว่า พี่ไปบวชและกัน ผมเชื่อว่า ที่เดียวในโลกที่เราจะสามารถคิดแต่ think positive ได้ก็คือ ทางธรรมครับ)

       ในชีวิตการทำงานจริงๆ ถ้าเราคิดแต่ think positive เราก็ทำงานอยู่ไม่รอดครับ ผมจะเสนอแนะคำอีกสองคำ คือ สัญชาติญาณ กับ think negative ขอยกตัวอย่างเดิม มีคนหนึ่ง แม้งชอบโกงเงินบริษัท คิด negative ไปเลยครับ คือ มันเลว หลักจากนั้นก็ใช้สัญชาติญาณตัวเองครับ ถามว่า มันโกงไปทำไม 

    ในแวปแรกของการคิด เมื่อเรารู้ว่า ไอ้คนนี้มันโกงเงินบริษัท ระหว่าง เลว, กับ มันต้องมีอะไรแน่ๆ ผมเชื่อว่า ร้อยละ 70 จะเลือกด่าก่อนครับ(เหมือนสัญชาติญาณเลย แต่ไม่ครับ ผมเรียกว่า การคิด negative) จะมีอีก 20 เปอร์เซนต์ ที่พยายามคิดแบบ Positive ก่อน คือ มันต้องเอาเงินไปทำอะไรแน่ๆ แต่เชื่อไหม ผมกั้นที่ไว้อีก 10% สำหรับคนที่ ไม่สนใจเชี้ยไรเลย มันโกง เออ มันโกง แบบว่า พูดผ่านหู ยังไงก็ไม่ได้คิด คนอย่างนี้มีอยู่ในสังคมเยอะแยะครับ

    เหมือนเวลาเราต้องเลือก สมมติว่า มีเสื้อตัวหนึ่ง เราจะไม่ค่อยคิด positive ครับ ว่า ซื้อเสื้อไป จะใส่วันไหนบ้าง ใส่ทำอะไร คนส่วนใหญ่จะคิ negative ว่า ซื้อไปจะได้ใส่ไหม ใส่กี่ครั้งทิ้ง ซักสีลอกไหม ตะเข็บเป็นยังไง เสื้อมีรู อุ้ย ไม่เอา เหอะๆ นี่คือคนปกติครับ แล้วรู้สึกไหม เวลาทำงาน กลับโดนกรอกหูว่ think positive ไว้นะคราบ คิดในแง่ดีซิคราบ แม้งขัดกันรึป่าวว่ะ ไม่เห็นใช้จริงได้เลย ส่วนการคิดแบบใช้สัญชาติญาณ ตัดสินนั้นก็รู้ๆกันอยู่ครับ ชอบตัวไหน ไม่ได้คิดอ่ะ เลือกเลย ไม่สนใจประเด็นเรื่อง เงิน, ตะเข็บขาด, เสื้อมีรู อื่นๆ จากตัวอย่างนี้ผมบอกได้เลยว่า คนที่คิด negative จะได้ของที่ดีกว่า positive แน่ๆ จริงไหม

     ก่อนจะพูดถึงวิธีที่ผมจะเสนอ ผมขอจำแนกแนวการคิดออกเป็น 3 แบบ
1 think positive ออกแนวธรรมะๆ หน่อย คือสุขุม เยือกเย็น ใจเย็น อารมณ์ดี ไม่ค่อยฉุนเฉียว แต่จะ เครียดง่าย พูดน้อย พูดจาสุภาพ ใครที่คิดแต่แนวนี้ ก็ไปบวชครับ อาจจะบรรลุธรรมในไม่ช้า
2 think negative ออกแนวโหดๆ บ้าๆ รุนแรง ใจร้อน อารมณ์ฉุนเฉียว ไม่ค่อยเครียด พูดมาก ด่าเก่ง หยาบคาย ใครที่คิดแต่แนวนี้ มีแนวโน้มคนเกลียดสูง เก็บกด เอาใจยาก
3 think โดยสัญชาติญาณ เอาแต่ใจ ไร้สติ ทำอะไรไม่เป็นชิ้นไม่เป็นอัน ด่าเก่ง ฉุนเฉียวกว่า negative แต่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งอารมณ์ดี สุขุม เยือกเย็น แล้วแต่อารมณ์ ใครมีแนวนี้มาก มีแนวโน้มเป็นคนโรคจิต แต่เป็นที่ชอบๆของเพื่อนๆ เพราะทำอะไรสุดโต่งไปหมดครับ

      เท่าที่วิเคราะห์มา ก็เห็น negative กับสัญชาติญาณ มันไม่ค่อยจะดูดีนัก แต่มันเป็นสิ่งที่คนปกติ ทั้วๆไปเขาทำกัน นี่เป็นวิธีที่ผมจะเสนอแนะนะครับ แต่ทำโดยใช้สติ ก็จะประยุกต์ใช้งานได้ดี(จากประสบการณ์อันน้อยนิดที่ผ่านมา)

     มีคนหนึ่งในบริษัท มันโกงเงิน ขั้นแรกก็ด่ามันก่อนครับ(think negative) แบบว่าคิดอะไรเลวร้ายได้ใส่ลงไปก่อนเลยครับ แม้งเลว อุตส่าฟูมฟักมาดี แม้งทรยศ... คิดอะไรได้ใส่ไปก่อนเลย เมื่อเรามีสติแล้ว ค่อยคิด positive ครับ มันเอาเงินไปทำอะไร จริงๆถ้าไม่จำเป็นก็อย่าใช้สัญชาติญาณนะครับ แตถ้าต้องใช้ ก็ขอให้เป็นสิ่งสุดท้าย และเมื่อใดที่ใช้ ก็ควรเป็นสิ่งที่ไม่ได้สลักสำคัญมากมาย เป็นเรื่องไม่มีสาระใดๆ ไรแก่นสารไปวันๆ เท่านั้นแหละ

     สรุปแนวการคิด negative-->positive-->instinct

     การคิดแบบ positive นั้น เหมือนเป็นการฝังความรู้สึกคับแค้นไว้ในใจ เมื่อเรารู้ว่าไอ้คนนี้มันโกง เรารู้ว่ามันโกง ใจก็เจ็บอยู่บลึกๆ เมื่อเราพูดว่า มันต้องเอาเงินไปใช้หนีม้าง เราก็ยังเจ็บอยู่ครับ เพราะมันไม่ได้ระบายความคิดออกไป แต่ถ้าเราบอกว่า เชี้ยแม้งเลว ใส่ความคิด negative ออกมาก่อน สติมันจะหายไปครับช่วงนั้น แต่ก็ควรเรียกกลับมาเร็วๆ โดยคิดต่อว่า เออ แล้วมันจะเอาเงินไปทำอะไรว่ะ ความเครียดมันเหมือนถูกระบายออกไปแล้วทางหนึ่ง มันก็จะมีสติมากขึ้นครับ

     ขงเบ้งบอกว่า คิดการศึกต้องคิดให้รอบคอบ เราคิด positive ก็ต้องคิด negative ด้วยครับ และที่สำคัญสุดๆ คิดแบบสัญชาติญาณด้วย เช่น สมมติจัดน้องลงทะเบียน ลองนึกถึงสัญชาติญาณตอนเราเข้าปี 1 ว่าเราจะต้องมาที่ไหน(สัญชาติญาณ) จากนั้นก็คิดแผนครับ คิดวิธีการ positive และคิดปัญหา negative จะเห็นว่า เราคิดทั้ง 3 แบบครบถ้วนครับ 

     การคิดทั้ง 3 แบบนั้น จะทำให้งานสมบูรณ์ที่สุดครับ คนส่วนใหญ่ มักจะลืมการคิดแบบสัญชาติญาณไป แต่ในบางเรื่อง สัญชาติญาณก็ไม่ควรใช้นะครับ ดูสถานการณ์ให้ดีๆ บางที่เราต้องคิดแต่ positive เท่านั้น แต่ถึงกระนั้น ก็อย่าลืมคิด negative ในใจลึกๆด้วยล่ะ ชีวิตจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ปล. กระทู้นี้เกิดจากความรำคาญ ไอ้พวกที่บอกจะให้คิดแต่แง่ดีๆๆ ทั้งๆที่ไอ้เชี้ยนั้นแม้งxxxสุดๆ กรุจะไปคิดดีได้ไงฟร่ะ

edit @ 2 Apr 2008 11:58:59 by !!! L_[V]eeM :-

edit @ 2 Apr 2008 12:02:10 by !!! L_[V]eeM :-

Comment

Comment:

Tweet

คิดให้รอบ ด้าน
เห็นด้วย
คิดเฉพาะมุมดีๆ กับคนที่เค้าดีจริงๆ อืม
คนเลวๆ ก็อย่าไปหาเหตุ positive ให้มันลบความเลวของเค้า เริ่ดดดดด ขอบคุณๆๆ เจอมาเหมือนกัน แหม ทำให้คิดได้ big smile

#3 By ChayaLively on 2009-05-03 15:55

งืม เห้นด้วยๆ ทำงานไม่ใช่ positive แต่ว่าต้องมองให้รอบด้าน อย่างไม่มีอคติ

#2 By หมูทอดซามะ on 2008-04-03 15:39

การคิด ต้องมี การทำ ด้วยจึงจะครบสูตร คือ

คิดแล้วทำ
คิดแล้วไม่ทำ
ไม่คิดแต่ทำ
ไม่เคยคิดแล้วไม่เคยทำ

เท่าที่อ่านด้านบนมา เราว่ามันเป็นวิธีการแยกความคิด ออกเป็นสองแบบ แต่ยังไม่แยกวิธีการทำ เอาไว้ว่างโคตรๆ จะไปต่อเรื่องการทำในบล็อกเราแล้วกันconfused smile

#1 By s23697 on 2008-04-02 15:01