Revenge of the Fallen

posted on 24 Jun 2009 17:51 by l0ui5  in Movie

Transformer 2 : Revenge of the Fallen

    ว๊าว ...

    ผมว่าไมเคิล เบย์ เป็นบ้าไปแล้วที่ทำหนังเรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่พี่แกนี่ผมไม่คิดว่าจะมีใครทำ Transformer ออกมาได้สุดโค่ยขนาดนี้ นอกจากหนังมันจะบ้าและอลังแล้ว มันดูยิ่งใหญ่กว่า Pirates2 และเทียบเท่า The Dark Knight เลยล่ะ

    มาที่นักแสดงกันก่อน ผมว่าไชอา กับเมแกน นี่ดูไหลลื่นกว่าภาคแรกมากมาย คงด้วยประสบการณ์ที่เริ่มสั่งสม ทำให้เขาขากันได้ดี สำหรับตัวละคร(มนุษย์) ที่แย่งซีนไปมากที่สุดคงหนีไม่พ้น พ่อและแม่ของแซม ที่ปัญญาอ่อนเข้าขั้น ผมว่าครอบครัวไหนมีพ่อแม่แบบนี้ คง... ส่วนอีกตัวละครหนึ่งที่ไมเคิล เบย์ต้องเอากลับมาก็คือ จอห์น เทอร์บูแลนซ์ ที่ภาคที่แล้วแกเล่นเป็นเอเจนส์ของเซ็กเตอร์7 มาภาคนี้ตกงาน แค่นี้ก็ทำเอาฮาขี้แตกแล้ว และก็มีรัฐมนตรีที่ส่งมาใหม่ เป็นตัวที่ทำให้อารมณ์ของหนังขึ้นไปอีก สำหรับหุ่น ผมว่าไอ้สองพี่น้องนี่เข้าขากันมันส์ฉะมัด ทำเอาหุ่นตัวที่น่าจะเด่นๆอย่าง ไอรอนไฮด์ หรือ หุ่นแพทย์(จำชื่อไม่ได้) ซึ่งมาจากภาคที่แล้ว ไม่ค่อยมีบทบาทซักเท่าไหร่ เจ้าตัวเล็กนี่ก็กวนไม่ใช่เล่น ที่โดนมิเคล่าจับอ่ะ และก็ตาแก่ Jetfire เท่ห์โคตร ขณะบัมเบิ้ลบี ก็ยังเป็นตัวสำคัญของหนังอยู่เรื่อยไปเช่นเดียวกับไพรม์ ขณะที่ฝั่งดีเซปติคอน เจ้าดีวาสเตอร์นี่ผมว่ามันเทอะทะแล้วไร้ความจำเป็นไงชอบกล กระจอกด๋อยเลย อุตส่าห์รวมกันมาตั้งหลายตัว นอกจากนี้ตัวเด่นๆตัวอื่นๆนอกจาก ฟอลเล่น เม็กกาตรอนและสตาร์สกรีม บทบาทน้อยมาก แทบไม่รู้จักเลยอ่ะ อย่างตัวที่อยู่บนอวกาศ ตัวไรฟร่ะ น่าจะแนะนำกันหน่อย

    มาที่เนื้อเรื่องบ้าง หนังของไมเคิล เบย์ทุกเรื่องแม้งซับซ้อนชิปหาย ประมาณว่าถ้าหนังไม่มีเนื้อหา คนจะมาดูทำไมใช่มะ จะมีก็แต่ The Island ที่เนื้อเรื่องอ่อนไปหน่อย สำหรับเรื่องนี้พล็อตใหญ่ๆผมว่ามันออกการ์ตูนมาก(คงไปก็อปมาซักตอน) แต่ซับพล็อตผมว่า เจ๋งว่ะ ฉากเล็กๆ สนทนาสนุกๆ แต่เร่งอารมณ์ได้มันส์โคตรๆ คือแต่ละฉากที่ตัดไปมานี่มันมีทีเด็ดของมันโดยไม่สะดุดเลย ที่น่าทึ่งคือความเชื่อมโยงของแต่ละจุด มันลงตัวไปได้ยังไงไม่ทราบ และทุกตัวละครไปจบลงที่อิยิปต์ได้อย่างงงงวยๆ(แอบเซ็งตรงที่พี่ Jetfire วาปไปได้ หนังแอบโกงอยู่น่ะเนี่ย)

     จุดที่เบย์ชอบสะดุด คือจุดที่หักมุมในแต่ละพล็อต(ตัดต่อ) ผมสังเกตมาหลายเรื่องแล้วตั้งแต่ Perl Harbel แม้งเอาจนท้องอ่ะ แล้วพระเอกถึงกลับมา(หนังเหี้ยมากเรื่องนั้น) สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน หนังเอาจนสุดเลยอ่ะ เช่น เล่นเอาจนแซมตายแล้วฟื้นคืนชีพมาพร้อมเมตทริก โหยน่าจะเอาให้ตายไปเลยจริงๆว่ะ หนังเล่นอารมณ์นี้บ่อยคนดูไม่ค่อยชอบน่ะ ภาคนี้เล่นมา 4 ครั้งติดๆเลย เอากับมันดิ

     งานภาพของเบย์ ค่อนข้างน่านับถืออยุ่แล้ว พี่แกสามารถหามุมที่สวยที่สุดและเห็นหลายๆตัวละครในฉากเดียวกัน ที่ผมทึ่งคือ พี่แกถ่ายอะไรกับปิรามิดบ้าง ที่แน่ๆไม่มีระเบิดตูมตามบนปีรามิดแน่นอน แต่เจ้าหุ่นยนต์เล่นซะ น่าทึ่งไม่น้อยทีเดียว เราจะได้เห็นฉากต่อสู้มันส์ๆแน่บน IMAX ซึ่งผมกำลังจะไปดูอีกรอบ 55+

     เรื่องเพลงประกอบ ไม่ค่อยได้ยินเพลงใหม่ๆเท่าไหร่ ตามนิสัยของเบย์เลย ชอบรีไซเคิลของเก่า ตั้งแต่สมัย Armagedon โน่นเลย ฉากอุุกาบาตชนโลก ยังไงก็หยั่งงั้น ภาคนี้ยังมีเลย เอากับเค้าซิ หรือฉากกองทัพเรือง นี่ก็ตั้งแต่ Perl Harbel ซึ่งเพลงก็ไม่ต่าง แต่ภาคนี้รีไซเคิลแค่ Transformer ภาคที่แล้ว ไม่ไปลากเพลงของ The Rock มาใส่เหมือนตอนภาคแรก ผมว่าตัวตีมของ Transformer เองมันก็เจ๋งอยู๋น่ะ หลายจังหวะมันกวนตีนตามสไตล์ดีอ่ะ

     เอ็ฟเฟ็ก โหยผมไม่ค่อยอยากจะเทียบ งบ 200 ล้านดอลเท่ากัน เทียบกับ Terminator แล้ว ไอ้เรื่องหลังมันเอาเงินไปทำห่าไรฟร่ะ ขณะที่ Transformer เอาเงินทุกกระเบียดมาใช้โคตรคุ้มอ่ะ ทั้งหุ่น ทั้งระเบิด เอากันให้ตายห่ากันไปข้างนึง มันสุดๆแล้ว จะเหลือก็แต่ปีนี้มีอีก 2 เรื่องก็คือ Avatar กับ Christmas Carol(เรื่องหลังถ้าไม่ตกไปอยู่ฝั่งแอนิเมชั่นซะก่อน) ที่เอ็ฟเฟ็กน่าจะสูสีกับ Transformer แล้วไปลุ้นออสก้ากัน (ผมให้ Harry ตกกระป๋องไปนานและเพราะมันไม่มีอะไร) คู่ต่อสู้อีกเรื่องที่น่ากลัวก็คือ Star Trek แต่ผมไม่นับ Terminator น่ะ เพราะหนังใช้ทุนสร้างไม่คุ้มเลยว่ะ

     สรุป ผมให้หนังเทียบเท่าก้บ The Dark Knight ปีที่แล้วเลยว่ะ ในเรื่องโปรดักชั่นน่ะ คือ The Dark Knight มันยิ่งใหญ่และซับซ้อน ส่วน Transformer ภาคนี้ ผมให้ความบ้าเว่อ และมันส์สุดๆ(ในโลกภาพยนตร์แล้วตอนนี้) คือ Pirates2 นี่ตกกระป๋องไปเลยผมว่า มันส์ไม่เท่าแน่นอน จุดเสียของเบย์ก็ยังคงเป็นเรื่องการตัดต่อ และความยืดของอารมณ์ที่เล่นไปจนขี้สุดแล้ว เพิ่งจะเริ่มเบ่ง เสียนิสัยจริงๆ ซึ่งมันพอรับได้ ไม่เหมือน Up ที่ผมรับไม่ได้จริงๆ

     เด็กดูคงขี้เยี่ยวราดครับ เพราะมันนานพอดู(2ชั้วโมง 40นาที) แต่ก็ยังสู้ Avatar ไม่ได้ ที่คาเมรอนบอกว่า (190 กว่านาที-ไม่เอา 200 ไปเลยล่ะ) ลองไปบวกลบเอาเองแล้วกันว่าจะไหวรึป่าว ขนาดว่าโรงไอแม็กไม่อยากให้ฉายเพราะหนังเกิน 3 ชั่วโมง(บ้าไปแล้ว) คุ้มกับค่าตั๋วที่สุดเลยครับปีนี้

ปล.ไปดูIMAX มาแล้วผืดหวังมาก ผมว่าคนที่ทำหนังฉายใน IMAX ที่เจ๋งที่สุดตอนนี้ก็คงเป็นพี่คริสโตเฟอร์ โนแลนน่ะแหละ คือพี่แกรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ไม่ใช่เบย์ที่ไปเลียนแบบเค้า(มันเหมือนเทรนด์มากกว่าน่ะ) คือเอาเข้าจริงผมเห็นจังๆอยู่ 2 ซีนใหญ่เท่านั้นที่ใหญ่ขนาดไอแม็ก แต่โปรโมทว่ามี 4 ฉาก (ถ้านับการตัดไปตัดมาก็จะ 4 ฉากพอดี<-เxยมาก) ฉากเจ๋งๆ ผมอยากเห็นมากกว่านี้อ่ะ(แอบเซ็ง) ไม่ค่อยคุ้มกับค่าตั๋วIMAX ที่มันเพิ่มราคาไปเลย แต่สำหรับคนดูครั้งแรกก็อาจจะคุ้มก็ได้น่ะ คือนอกจากฉากแอ๊คชั้น 2 ฉาก ซึ่งไม่ใช่ฉากในตอนจบเนี่ย ไม่มีฉากอื่นของ IMAX เลย ซึ่งต่างจาก The Dark Knight ที่มันจะมีฉากวิวสูง จะถ่ายด้วย IMAX แต่นี่ไม่มี

ปล2. ผมขอลดดีกรีของ Transformer ลงมาหน่อย มันยังเทียบกับ The Dark Knight ไม่ได้ร็อก ผมเชื่อว่าไมเคิล เบย์เนี่ย ขึ้นชื่อเรื่องความมั่วมาก วันนี้ไปดูมารอบสอง แม้งมั่วจริงๆว่ะ ช่วงแอ๊คฃั่น มันแปลกๆไงชอบกล เวอร์ชั่น IMAX ไม่ได้ยาวกว่าโรงทั่วไปน่ะครับ ผมหาฉากเหล่านั้นไม่เจอ แต่ความมันส์นี่เป็นต่อจริงๆ เอาว่าไม่เสียดายตังถ้าจะดูโรงดิจิตอลครับ อิอิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พึ่งไปดูเหมือนกันว่ะ ภาคนี้ล้อหนังเยอะมาก!!

และที่ประทับใจที่สุดคงเป็นซับไตเติ้ล

#1 By Akara_gat on 2009-06-25 02:22

ชอบมากๆ สนุกมากๆเลย มันสุดๆ

#2 By ทีเด็ด (114.128.167.164) on 2009-07-07 23:57