ผ่านไป 1 สัปดาห์กับการทำงาน

    ที่จริงไม่รู้จะนับยังไง เอาว่าครบ 5 วันที่ต้องไปที่ใดซ้ำๆเป็นการเข้างานแล้วกัน (เพราะทำงาน 1-3 แล้วหยุด 4 วันแล้วไปทำต่อพุธ-ศุกร์) เอาว่าครบสัปดาห์แล้วกัน จะเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวเป็นหลัก

    การตื่น มันจะมีกำหนดเวลาที่ต้องแน่นอนมากขึ้น แม้ว่าช่วงแรกๆจะัยังกำหนดอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่ชินทาง ยังไม่รู้ว่าคันนี้จะมากี่โมง จะเลทกี่นาที เอาว่า ตอนเช้าเนี่ยเผื่อเวลาพอสมควรสำหรับวันแรก แต่ก็ยังไปทำงานสาย ดีที่พี่เค้าไม่ว่า เพราะที่บริษัทมีอยู่ 2 คน ^-^ วันอื่นๆก็ค่อยๆปรับตัวให้ตื่นเช้าขึ้น บางวันตื่นปกติ แต่ไปถึงที่ทำงานเร็วชิปหาย(รถแม้งไม่ติดเลย แสด...) ไปถึงก็เข้าอ๊อฟฟิสไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจ ต้องรอพี่มาเปิด ส่วนตอนเย็นค่อนข้างจะปล่อยตัวปล่อยใจ กลับยังไงก็ได้ ขอแค่มีที่นั่งก็พอ ก็เลยเกิดอารมณ์ของโพสที่แล้ว

    การปรับตัวกับการตื่น มันขึ้นอยู่กับเวลาที่เรานอน ถ้าร่างกายมันเหนื่อยมาก นอนได้เต็มอิ่ม มันก็จะตื่นใกล้ๆเวลา และไม่ค่อยอู้มาก แต่ถ้าร่างกายมันเหนื่อยๆ แล้วนอนดึกอีก มีเดินตกท่อแน่ 

    ผมนึกถึงอารมณ์สมัยโรงเรียน สมัยนั้นก็ทำได้นี่หว่า ตื่นตี 5-6 โมง ไปโรงเรียนทัน 8 โมง ยังเหลือเวลากินข้าวด้วย แต่ไม่รู้ทำไมพอผ่านมหาลัย(ที่โคตรขี้เกียจไป) ความอยากตื่นเช้ามันลดลง และยากขึ้นก็ไม่รู้

    ต่อมาเรื่องการปรับตัวเข้ากับงานที่ทำงาน สำหรับผมยังไม่ได้ปรับอะไรมาก เพราะที่อ๊อฟฟิสมี 2 คน ... ง่า ที่เหลือไปออกไซด์หมด พี่เค้ารอเราหมดโปร แล้วก็จะพาไปไซด์ ก็มีอยู่วันหนึ่งไปไซด์ อยู่ที่แถวๆปุณณกันต์ เลยอ่อนนุชไปอีก เป็นไซด์ของบางจาก ว๊าว... ไกลชิบ ระยะทางจากหอไปไซด์เนี่ย ถึงตายได้เลย แม้ว่าจะเหลือเรียนอีกวิชาหนึ่ง แต่คิดว่าไม่ไหวว่ะ ถ้าต้องออกไซด์ไกลขนาดนั้น แล้วยืน BTSไปตลอดทางนี่ก็แย่เหมือนกัน มันทำให้เราต้องตัดสินใจหาหอใหม่ โดยด่วน แต่คงยังไม่ออกเดือนนี้เดือนหน้าแน่ๆ แต่มันต้องมีที่พักใกล้ๆกับที่ทำงานให้ได้อ่ะ อย่างน้อย BTS ก็ยังดี เพราะว่า มันเหนื่อยจริงๆอ่ะการเดินทาง มันทำให้วันทั้งวันเราจมอยู่กับความตันของสมองได้ ถ้าเหนื่อยมากๆ

    อาหารการกินและเงิน คือจะกินต้องมีเงิน และไม่กินไม่ได้ ทำงานถ้าไม่กินมีแนวโน้มตายสถานเดียว พ่วงไปกับค่ารถ ที่เราจะต้องเหลือใช้ประจำ และต้องให้พอกับค่าตรงนั้นจริงๆ ผนวกกับเงินฉุกเฉินอีก ซึ่งตกต่อเดือนมันจะมากกว่าตอนใช้มหาลัย พอสมควร(ตอนอยู่มหาลัยไม่มีค่ารถ แต่ไปทำงานมี) ฉะนั้นจะเที่ยวใช้เงินสุรุยสุร่ายไม่ได้แล้วอะซิ กำลังคิดอยู่ว่าจะทำบัญชีดีไหม เอาง่ายๆก็ได้คิดว่ามีความจำเป็นเหมือกัน แต่ยังขี้เกียจอยู่

    การวางแผน Holiday ยาวๆ ก็เริ่มยากแล้ว เพราะติดงาน ถ้าเที่ยวเทศกาลก็ลำบากอ่ะคนเยอะ แต่มันก็หยุดนิ ก็ไป แต่เที่ยวนอกเทศกาลนี่ต้องวางแผนกันยาวๆเลย นี่ก็วางไปพม่าตอนเดือนตุลา ธันวานี้ก็กำลังเล็งๆอยู่ว่าจะลาไปไหน คือวันลาเนี่ย ตัดวันป่วยไปเลย เพราะถือว่าอู้งาน แต่ลาไปเที่ยวนี่ ยังต้องเก็บเงินอีกและก็ซื้อของเตรียมการล่วงหน้าพอสมควร แต่ก็น่ะ คือเราทำงานได้เงินมา ส่วนหนึ่งก็อยากไปเที่ยวน่ะแหละ จะอยู่ทำงานทั้งปีทั้งชาติ ผมว่ามันก็เสียดายอ่ะ มีโปรแกรมเที่ยวมาเรื่อยๆแหละ เดือนนี้ท่าจะคงไม่ได้ไปเพราะติดรับปริญญาเต็มๆเลย เดือนหน้าไม่แน่กำลังดูอยู่

    ทำงานบางวันเหนื่อยมาก กลับถึงหอนอนเลยก็มี แต่ว่าทำงานทั้งวันยังสู้รถติดไม่ได้ มันอนารถจริงๆ คือเหนื่อยเพราะนั่งเฉยๆกว่า 2 ชั่วโมงรอกลับหอเพราะรถติด มันหงุดหงิดด้วย ก็อย่างสามย่อหน้าที่แล้ว มันมีความจำเป็นจริงๆที่จะต้องหาหอใกล้ที่ทำงาน ไม่งั้นตายแน่

    อะไรอีกล่ะ ก็ประมาณนี้แหละสัปดาห์แรกของการทำงาน ชีวิตเปลี่ยนไปซะแล้วซิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลองทำบัญชีรายรับรายจ่ายดูเด่ะ จะเห็นอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น

อยากได้template excel บอกเด่วก๊อปให้

#1 By Akara_gat on 2009-07-11 13:16

ทำบัญชี ได้แล้วน้อง เป็นมนุษย์เงินเดือนเนี่ย ถ้าไม่มีบัญชี อนาคตลำบากแน่ เพราะเราก็ต้องทำงาน เก็บเงินสำรอง และเงินเที่ยว จริงๆก็คล้ายๆทำ อบ.ก. หละคือมีงบประมาณอยู่เท่านี้ แต่ใช้ในโครงการอะไรบ้างรายจ่ายประจำ เงินเก็บ จ่ายจุกจิก เงินสำหรับเที่ยวว วู้วว เยอะ

#2 By หมูทอดซามะ on 2009-07-11 14:14

ต้องทำบัญชีครับ

#3 By mckazine on 2009-07-11 21:47