เฉือน
"Old Boy ในอีกเวอร์ชั่น"
ใครยังไม่เคยดู Old Boy รีบหามาดูน่ะครับ ราคาดีวีดีเหลือแผ่นละไม่ถึงร้อยแล้ว
ก้องเกียรติ โขมศิริ= ปาร์ค ซุน วุค
ผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้เต็มๆกับเรื่องนี้นี่แหละ ว่าผกก. ทั้งสองนี่คล้ายกันสุดๆ คือ แนวบ้าเลือด เลือดสาด บ้าพลังทั้งคู่ แต่ต่างคนก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว
ผมคาดหวังเฉือนตั้งแต่ประกาศสร้าง เพราะผกก. ก้องเกียรติ โขมศิรินั้น ชื่อเสียงขจรขยายมาตั้งแต่ลองของ และไชยา โดยเฉพาะเรื่องหลังนั้น ผมแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้ตอนดูในโรงซะด้วยซ้ำ สุดยอดและไม่ผิดหวังจริงๆ เป็นหนังที่สร้างมิติหนังดีให้กับเมืองไทย จนได้ ผมเคยเขียนวิจารณ์ไชยา ตอนช่วงต้นๆของบล็อคนี้(ขี้เกียจหา ลองไปหาดูเองแล้วกันน่ะครับ) รู้สึกเป็นเกียรติอีกครั้งที่ได้เห็นหนังไทยที่มีคุณภาเช่นนี้อีก
วิศิษฐ์ ศาสน์เที่ยง เป็นผกก.อีกคนหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่า เรคโทร จัด คือ แนวพี่แกจะออกอาร์ทๆ และมีสไตล์ ดูมีสีสันพอสมควร ตั้งแต่ฟ้าทะลายโจร มหานคร และงานสุดยอดของพี่แกเปนชู้กับผี เป็นหนังผีที่มีมุม อย่างคาดไม่ถึง ส่วนด้านการเขียนบท ใครจะคิดว่าพี่แกอยู่เบื้องหลังหนังอลังๆหลายๆเรื่อง อาทิ นางนาก 2499 อันตพาลครองเมืองผมยังรู้สึกลึกๆว่า พี่แกเป็นนักเขียนบทได้ดีกว่าผู้กำกับ(55+) และผลงานที่ยิ่งใหญ่ของพี่แกเรื่องถัดไป อินทรีแดง อีกไม่นานเกินรอ
สำหรับเฉือน เป็นการสลับงานกันระหว่าง ก้องเกียรติ กับวิศิษฐ์ จากเปนชู้กับผี ที่ก้องเกียรติเขียนบท วิศิษฐ์กำกับ เป็นวิศิษฐ์เขียนบท และก้องเกียรติกำกับ ซึ่งผลลัพท์ของเฉือน ผมว่าเป็นเช่นนี้ลงตัวกว่าที่จะให้วิศิษฐ์กำกับแน่ๆ
หลังจากชื่นชมผู้กำกับไปแล้ว เรามาชื่นชมนักแสดงดีกว่า เป้ ผมก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพี่แกจะพลิกบทบาทได้ถึงขนาดนี้ จากหน้าหล่อๆ เอ๋อๆ ในหนังสามสี่เรื่องที่ผ่านมา กลายมาเป็นมือปราบที่นิ่ง และมีมิติอย่างเหลือเชื่อ แล้วแถมพี่แกยังยอมลงทุนเพื่อการแสดงในหลายๆฉาก เป็นที่น่ายกย่องยิ่ง บทตัวนำแน่นๆแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงบทของ แบรด พิตต์ ใน Se7en และใน Fight Club เหลือเชื่อว่าบทนี้มันจะมีมิติขนาดนั้น ไม่แน่ว่าต่อไปเป้ อารักษ์ จะกลายเป็น แบรด พิตต์เมืองไทยก็เป็นได้
นก ฉัตรชัย ชื่อนี้การันตรีอะไรหลายๆอย่าง แม้ว่าหลายคนจะขัดใจสีผมขาวๆของพี่แก แต่ผมว่า มันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ มาเฟียที่เป็นตำรวจ คือเหมือนจะเป็นคนดี แต่ที่แท้ก็คนชั่วในคราบคนดี น่าทึ่งทีเดียว
อีกสองคนที่น่าชื่นชม คือ นักแสดงเด็กสองคนที่เล่นคู่กัน ซึ่งเป็นคีย์หลักของหนังในการนึกย้อนอดีต คล้ายๆกับ 20th Century Boy เลยแหะๆ การดำเนินเรื่องก็เช่นกันคือหนังมันเป็นแนวค้นหาในเฉือนก็คือ ตามหาฆาตกรส่วน 20th Century Boy เป็นการค้นหาว่าใครคือเพื่อน
สำหรับบทหนัง พล็อตใหญ่ๆของหนังจะเป็นการย้อนระลึกไปถึงความทรงจำในอดีต เพื่อเป็นการเสาะหาว่า ใครคือคนร้าย ซึ่งเราพอที่จะเดาได้ว่าเป็นใครตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่จุดไคลน์แม็กซ์ของเรื่องทำให้คนดูอึ้ง ชะงักงัน อย่างคาดไม่ถึงว่า แท้จริงแล้วฆาตกรช่างใกล้ตัวสะเหลือเกิน
ที่ผมว่าคล้ายๆกับ Old Boy นั้นก็ตรงบทและการดำเนินเรื่องนะแหละ Old Boy มีการระลึกเหมือนกัน ระลึกเพื่อค้นหาว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาโดนขังคุก 15 ปีคืออะไร ซึ่งแท้จริงแล้วนั่นไม่ใช่ประเด็นที่ต้องการของคนที่จับตัวเขาไป ประเด็นของ Old Boy คือทำไมต้อง 15 ปี เช่นเดียวกับเฉือน ปมของเฉือนคือการค้นหาว่า ใครที่เป็นฆาตกร แล้วฆาตกรจะอยู่ที่ไหนได้ แต่ปมคลายด้วยการบอกว่า ฆาตกรอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน คนที่ไม่คิดว่าจะเป็นฆาตกร กลับกลายเป็นฆาตกรไปได้
เฉือนไม่ได้เอา Sex เป็นจุดไคลน์แม็กซ์เหมือนกับ Old Boy ซึ่งผมยังเสียดายเล็กๆ เพราะหนังที่เอา Sex เป็นฉากไคลน์แม็กซ์อย่าง Old Boy มันสุดยอดจริงๆ ฉากนั้นนี่พลิกหน้าหนังไปเลย ซึ่งแม้ว่าในเฉือนจะมีฉากนั้น แต่ไม่ได้เน้นมากมาย เป็นฉากที่เน้นเพิ่มความสำคัญเท่านั้น ไคลน์แม็กซ์ของเฉือน จึงเป็นสองเหตุการณ์ที่เกิดคู่กัน ในขณะที่พระเอกรู้ความจริง ตัวร้ายก็พยายามที่จะทำบางอย่าง ซึ่งไคลน์แม็กนี้ เป็นชื่อหนัง เฉือน ได้อย่างลงตัวทีเดียว
"มึงทำลายชีวิตกรู รู้ไหม" เจ็บสุดในหนังก็ประโยคนี้แหละ เป้พูดประโยคนี้ได้เจ็บปวดที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่หนังนำไป ทำให้ตอนจบของหนังแทบจะไร้ประโยชน์ไปเลย เพราะเหตุผลการทำคดีนี้ ทำให้ตอนจบมันกลายเป็นความสูญเสีย มันเหมือนคดีต้องห้าม ที่พอทำแล้ว รู้ความจริงทั้งหมด รู้งี้ไม่ทำดีกว่า ประมาณนี้ นี่คือเฉือนอย่างเจ็บๆ ทีเดียวละ
มาเรื่องการตัดต่อบ้าง มีการย้อนไปย้อนมาซะเยอะ แทบจะครึ่งๆของหนังทีเดียว ที่เล่าอดีต และเล่าปัจจุบันต่อไปเรื่องๆ ซึ่งการสลับไปสลับมาในช่วงแรกๆคนดูน่าจะมึนๆพอสมควร เพราะยังจับทางไหนไม่ได้ ยังไม่ค่อยจะเข้าใจว่านี่เป็นอดีต หรือปัจจุบัน ช่วงแรกของหนังเราจะเข้าใจได้ชัดเจนเมื่อดูรอบที่สอง แต่รอบที่สองจะไม่สนุกเท่าตอนแรกเพราะเรารู้แล้วว่าฆาตกรคือใคร แต่ก็สนุกในการดูว่า ฆาตกรที่เราเห็นอยู่นั้น ทำอะไรไว้บ้าง ซึ่งมันจะทำให้เสียดแทงใจดำเราลึกๆทีเดียว
เพลง นี่ไม่พูดไม่ได้ เพลงมันบาดมากกว่าเฉือน ความรู้สึกผมน่ะ มันบาดลึกไปกับเสียงไวโอลีนที่มันเสียดแทงใจเข้าไปลึกสุดๆ เมื่อเพลงนี้ดังขึ้น กับฉากไคลน์แม็ก นี่คืออารมณ์ที่ตัวละครได้รับหลังจากรับรู้ความจริงทุกสิ่งทุกอย่าง มันสุดยอดเกินคำบรรยายจริงๆ และเพลงนี้เราจะได้ยินเป็นเสียงดนตรีอื่นๆ ตั้งแต่ต้นเรื่อง ทั้งคีย์บอร์ด กีตาร์ หรือจังหวะเบสเร้าๆตอนต้นเรื่อง เป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมเกินคำบรรยายจริงๆ น่าจะมี ost ขายบ้างน่ะหนังเรื่องนี้
และท้ายที่สุดคืองานด้านภาพ ขอปรบมือ แปะๆให้กับรายละเอียดที่ทำให้เราเห็นได้ทุกมุมมองอย่างลงตัว สวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารถไฟฟ้ามาหานะเธอ เลย เป็นอีกหนึ่งมุมของประเทศไทย ทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา ที่เป็นมุมมองในแง่ลบ และนำเสนออกมาได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ
ขอปรบมือให้กับหนังไทยดีๆแบบนี้ ที่หายากซะเหลือเกิน คิดว่าเฉือนจะเป็นคู่แข่งของ สามชุก ได้อย่างเมามันในเวทีรางวัลต้นปีหน้าได้อย่างสนุกเป็นแน่แท้ หนัง 18+ น่ะครับกับฉากเฉือนกันจ๊ะๆ ใครที่เคยดูลองของ แล้วไม่ไหว เรื่องนี้ก็ไม่แนะนำครับ หนังมันโหดร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะทีเดียว ตอนจบมันก็พีคมาก จน เชี้ยเอ้ย "มึงทำลายชีวิตกรู" สาดดดด
#1 By NOOPLOY^-^ on 2009-10-24 14:46