ขอให้รักนำทาง
posted on 05 Nov 2009 16:19 by l0ui5 in Love
ขอให้รักนำทาง
คนที่อยู่ห่างไกลกัน จะติดต่อกันก็แสนลำบาก แต่แปลกอย่างหนึ่งคือ ความห่วงหา คิดถึงนั้นไม่ได้จางหายไปเลยซักนิด แต่กลับยิ่งเพิ่มความคิดถึง ความซาบซึ้งและโหยหามากขึ้นกว่าเก่า ราวกับว่า ยิ่งห่างกันนานๆ ความรักแทนที่จะจืดจาง กับเพิ่มขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
เรื่องนี้เกิดกับตัวผมเองคับ ผมอยู่กรุงเทพฯ ส่วนเธออยู่สกลนคร เรื่องเดินทางนี่แทบไม่ต้องพูดถึงไป-กลับทีก็จนไปเป็นเดือนๆ การโทรหากันเนี่ยเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ด้วยเพราะสาเหตุใดไม่ทราบได้ การโทรไปบ่อยๆเพราะคิดถึงนั้น ใช้กันไม่ได้สำหรับผมกับเธอ คือ คนมันจะไม่รับ ไม่อยู่ ไม่อยากคุย ติดงาน ข้ออ้างสารพัดสารเพ ประเด็นก็คือไม่ว่างคุย การจะสนิทกันด้วยโทรศัพท์เนี่ย เป็นไปไม่ได้เลย
ผมเคยคุยโทรศัพท์แบบบ้าเลือดมานักต่อนัก เมื่อสมัยยังเด็กๆ วันละ 10 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง ทำไปได้ยังไงไม่ทราบได้ ไม่หลับไม่นอน ค่าโทรศัพท์หมดเดือนละหลายๆพัน หลายๆหมื่น ก็ไม่สาสม แต่ถึงกระนั้นก็จีบไม่ติด 55+
ผมเลยคิดว่า การคุยโทรศัพท์กัน มันไม่ถึงขั้นจำเป็นสำหรับคนรักกัน เสมอไปน่ะครับ
การคุยกันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี แต่ไม่จำเป็น บางทีการที่เราคุยกันมากเกินไป รู้จักกันมากเกินไป มันก็ไม่ดีต่อชีวิตคู่น่ะครับ(คุยน้อยเกินไปก็เช่นกัน) ผมสังเกตเห็นคู่รักทางโทรศัพท์มากมาย ส่วนมากแล้วมันเห่ออยู่ไม่นานร็อกครับ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ปีสองปี มันก็จะไม่มีอีกแล้ว การคุยสวีทกันนานๆ ข้ามคืน เพราะมันไม่มีเรื่องจะคุย ผมก็เคยเป็นเช่นนั้นคับ พอไม่มีอะไรจะคุย ก็จะโดนว่า ว่า ทำไมไม่เห็นเหมือนเมื่อก่อนเลย... เรียกร้องกันมากไปไหม
เพราะการโทรศัพท์มันใช้ไม่ได้กับผมครับ และด้วยความคิดบ้องตื้นประมาณนั้น ด้วยเหตุนี้ มันเลยหายไปประมาณ 4 เดือนได้มั้ง ไม่ได้เลิก ไม่ได้ตาม ไม่ได้โทร หายไปเฉยๆ เหมือนโลกมันหยุดหมุน แต่อยู่ดีๆโลกมันกลับหมุนอีกครั้ง การติดต่อมาของเธอ ทำเอาชีวิตผมเปลี่ยนไปเลย มันรู้สึกเหมือนว่าเราสนิทกันมากขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งๆที่เราแทบไม่ได้รู้จักกันอีกแล้ว ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า เธอเกิดที่ไหน เรียนคณะอะไร ชอบสีอะไร จำไม่ได้ซักอย่าง เช่นเดียวกับที่เธอแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลยซักนิด
แต่ไฉน น้ำเสียง สายตา รอยยิ้ม มันยังดูเหมือนเธอมีความสุขไปหมดที่ได้เจอกันอีก ครั้งแรก ครั้งที่สอง เออว่ะ หรือว่าเรื่องที่ว่าระยะทางทำให้คนห่างกันไม่จริงใช่ไหม มันไม่เป็นอุปสรรคเลยสำหรับผมและเธอเหรอ สิ่งที่เธอรู้สึกอยู่ทุกวันนี้ เหมือนยังอยู่ด้วยความประทับใจแรกๆ ช่วงแรกๆของการรู้จักกัน นั่นทำให้ไม่ว่ามันเกิดอะไร หรืออาจเพราะเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมซักเท่าไหร่ จึงยังทำให้ความรู้สึกช่วงนั้นมันยังสดใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่หรือผมคิดไปเองหว่า... ไม่ร็อก ผมมีพยานยืนยันความคิดนี้มากมาย
เคยเห็นเพื่อนของแฟนพูดกับเราไหมครับ ลองสังเกตน้ำเสียงและแววตา เห้ยแกเป็นแฟนเพื่อนเราน่ะ ดูแลเพื่อนเราดีๆหน่อยละ นี่คือสิ่งที่แววตาพูดออกมา แต่เพื่อนของแฟนผมไม่ได้พูดประมาณนี้น่ะ อ่านจากใจเอา เธอพูดประมาณว่า ตั้งใจจังน่ะ ลอยกระทงเค้าลอยเป็นคู่ ถ้าลอยด้วยกันก็แสดงว่าคู่กัน ... ประมาณนี้แหละ ตีความกันได้ไหม
ถึงแม้ลอยกระทงปีนี้จะไม่ได้ลอยด้วยกัน (แหะๆ) แต่มันเป็นบทพิสูจน์ให้ผมอย่างหนึ่งว่า บางทีเราไม่จำเป็นต้องรู้จักกับเขามาก เขาก็รักเรามากๆ ได้เช่นกัน เป็นบทเรียนแห่งความรักที่หายากจริงๆ แต่มันเพิ่งจะเป็นเริ่มต้นแบบจริงๆจังๆซักที อีกคร้ง ที่จะทำให้ผมได้รู้ว่า จริงๆแล้ว ชีวิตที่มีความสุข เกิดขึ้นจากความรัก ที่เราให้ตัวเอง หรือให้ใครซักคน กันแน่ และเท่าที่ผมเห็น คนที่จะมีความสุขมากๆ กลับเป็นเพื่อนๆ ที่ช่วยกันส่งเสริมและอยากให้ลงเอยกันเร็วๆ ...เอะ ยังไง
ผมเรียกระยะทาง กาลเวลา กับความรักในครั้งนี้ว่า "ระยะทางแห่งกาลเวลา ได้ฟักบ่มความรัก ให้เข้มแข็งขึ้น" นั่นเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจจริงๆ ผมไม่ได้เข้าใจหรือรู้จักอะไรเกี่ยวกับเธอเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 5 เดือนก่อนเลย แต่เหมือนอะไรต่างๆนานาที่ผมทำไป มันยังคงอยู่และยังไม่เลือนหาย เธอบอกเป็นนัยๆกับผมว่า ปิดเทอมนี้จะมาฝึกงานกรุงเทพฯ คงได้เที่ยวกันบ่อยๆ อืม ประหลาดดีแท้
มันจะเป็นยังไงหนอ ถ้าเมื่อใดที่ระยะทางกับกาลเวลา เดินทางมาถึงจุดที่ฟักบ่มได้อย่างอิ่มตัว เหมือนเหล้าหมักที่ถึงเวลานำออกมากิน รสชาติมันจะหวานหรือขม อยู่ที่ลิ้นของคนชิม เมื่อถึงเวลานั้น คงจะเป็นบทสรุปความรักระหว่างผมกับเธอซักที แต่จะเมื่อไหร่ละ
ขอให้รักนำทาง พาเราไปสู่สิ่งที่เราวาดฝันไว้ ทุกคนน่ะคับ
เราไม่ได้อยู่กับเขา
แต่เราก็ยังรักกันอยู่
เราคิดถึงเขาทุกวัน....
นอกจากจะส่งคำนี้ไปทางเมสเสจแล้ว
ก็ขอให้รักช่วยนำทางด้วยนะ
#1 By ♥ ケーキ on 2009-11-05 16:50