Idel World

posted on 27 Apr 2011 09:00 by l0ui5 in Gen-Phi
Idel World
 
     ผมคิดว่าแต่ละคนลงมีแนวคิดเกี่ยวกับโลกอุดมคติที่ต่างๆกันออกไป เชื่อว่าฝันของบางคนอยู่ในโลกที่มีแต่เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ฝันว่าไปเกิดอยู่บนกองเงินกองทอง ร่ำรวยเหมือน มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก หรือบางคนมีอำนาจล้นฟ้าสามารถสั่งให้ใครทำอะไรก็ได้ หรือแม้แต่ฝันว่าเป็นอาละดินขอพรตะเกียงจินนี่ ให้ทำอะไรก็ได้ เอ็นทรี่นี่ผมจะขอเล่าความฝัน หรือโลกในอุดมคติของผมเอง คือโลกที่อยากให้เป็น คือโลกที่ผมอยากอยู่ ซึ่งโลกที่ผมพูดถึงนี้ ไม่ใช่โลกของชีวิตหลังความตายน่ะ แต่เป็นโลก ที่เรามีโอกาสเกิดขึ้นมาเพื่อมุ่งหาจุดประสงค์บางอย่าง
     1. โลกที่เรารู้เป้าหมายชีวิตที่แน่นอน เป็นจริงและมีสิ่งเดียว สิ่งหนึ่งที่เราไม่รู้ และต้องแสวงหาคำตอบกันทุกคนคือ เราเกิดมาทำไม ทุกอย่างล้วนมีจุดประสงค์ของมัน ถามผมว่าผมรู้เป้าหมายของตัวเองแล้วหรือยัง ผมคิดว่าผมรู้แล้วน่ะ แต่ก็ไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่านั่นใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงของการเกิดมารึป่าว น่าเสียดายที่ตอนที่คนเราเกิดมา ไม่ได้มีป้ายติดประกาศบอกว่า เกิดมาทำไม ที่ผมไม่แน่ใจไม่ใช่ว่าไม่รู้วิธีที่จะไป ผมรู้วิธีที่จะไปได้ รู้วิธีที่จะพิสูจน์ได้ แต่จิตวิญญาณลึกๆบอกให้ผมรออะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นก่อน นั่นเลยทำให้ผมรู้สึกว่ายังไม่กล้าตอบชัวร์ๆว่า ชีวิตผมเกิดมาเพื่ออะไร ก็รอดูกันต่อไป
     2.โลกที่เงินหมดสิ้นไป เงินไม่ใช่ทุกอย่าง ทุนนิยมและอำนาจ หมดสิ้นไป ผมฝันถึงโลกที่เราไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเงิน เพื่ออำนาจ แต่การที่คนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ จะต้องประกอบด้วยข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน ซึ่งพื้นฐานนั้นคือ การอยู่ด้วยกันด้วย ศีล การมีจิตสำนึกใฝ่ถึงคุณธรรม จริยธรรม พื้นฐานตัวนี้ต้องถูกปลูกฝัง และอยู่ในจิตสำนึกของคน เราไม่ต้องการของคนอื่น เขาไม่แสวงหาสิ่งที่ทำร้ายคนอื่น หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน เรามีความพอเพียง เราไม่ต้องการอะไร ไม่มีความทะเยอทะยาน คำถามคือแล้วชีวิตจะเกิดมาทำไม ชีวิตเกิดมาตามวัตถุประสงค์ที่ผมพูดถึงในย่อหน้าที่แล้ว โลกที่ไม่ทะเยอทะยานด้วยปัจจัย 4 ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ โลกที่มีความเชื่อไปในแนวทางเดียวกัน ไม่แก่งแย่ง ไม่ชิงดี ไม่ฆ่าฟัน นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
    3. เป็นโลกที่ปราศจากความเชื่อ มีแต่ความจริง ผมว่าการที่เราเชื่อ เพราะเราไม่รู้ นั่นหมายความว่าโลกแห่งความจริง ทุกสิ่งทุกอย่างคือความจริง สัมผัสได้ รับรู้ได้ ไม่ต้องพิสูจน์ก็รู้ว่าจริง น่าเสียดายที่มนุษย์มีข้อจำกัดเรื่องการรับรู้ความจริง แต่เราสามารถพิสูจน์ความจริงนั้นได้ และเมื่อเราได้รับรู้ความจริงของสรรพสิ่งทั้งหมดแล้ว เราก็จะรู้ว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร(วนไปข้อ 1 อีกแระ)
     4. เมื่อเรารู้ความจริงทั้งหมดแล้วถามว่าชีวิตมันจะตื่นเต้น มีอะไรน่าค้นหา ผมว่าสิ่งที่น่าศึกษาค้นหา มีอยู่มากมายบนโลกนี้ บนจักรวาลแห่งนี้ ผมขอยกความฝันหนึ่ง ถามว่า ถ้าโลกอยู่ในอุดมคติเช่นนั้น เราจะใช้ชีวิตอย่างไร คำตอบของผมคือการใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น เพื่อโลกที่ยังไม่ก้าวผ่านจุดนี้ ทุกคนมีโอกาส สามารถแก้ไขตัวเองได้เมื่อได้รับคำชี้แนะที่ถูก และปฏิบัติในทางที่ถูก มีคนอีกมากมายในโลกนี้ที่ไม่ได้เข้าใจเหมือนเรา ขอเพียงแค่เรามีโอกาสได้ช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ ให้สามารถก้าวผ่านในจุดที่เขาสามารถไปได้ เราอาจจะไม่รู้สึกยินดียินร้าย แต่ผมเชื่อว่า นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องทำ เพราะเราเป็นเพื่อนร่วมโลก ร่วมจักรวาลเดียวกัน
     ผมว่าผมเขียนถึงโลกใหม่ 4 ข้อก็พอแล้ว แต่ที่ผมสนใจแท้จริงยิ่งกว่าคือ การที่โลกเราจะก้าวข้ามไปในจุดๆนี้ จักมีวิธีใดบ้างที่ทำได้ โลกเราปัจจุบันอยู่ด้วยความเชื่อ ผมว่าความเชื่อเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะความเชื่อมันขึ้นอยู่กับอะไรหลายๆอย่าง สิ่งที่เราควรจะเชื่อคือความจริง แต่เรายังไม่รู้ว่าอะไรคือความจริง นั่นคือสิ่งที่ต้องพิสูจน์ ผมเคยลองคิดน่ะ ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ 2012 ขึ้นจริง โลกเราจะดำเนินไปในทางไหน คนรู้จักเราตายหมด ถ้าเหลือเรารอด กับคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่ง ผมสมมติคร่าวๆๆ ว่า ถ้าประชากรโลกเหลือแค่ประมาณ 30 ล้านคน ประเทศไทยเหลือเพียงครึ่งเดียว ประเทศครึ่งค่อนโลกจมหายไปกับมหาสมุทร เมื่ออเมริกา รัสเซีย ญี่ปุ่นจมหายไปกับท้องทะเล และไทยเป็นศูนย์กลางของโลกต่อไป ถ้าผมหลงรอดชีวิตอยู่ในยุคนั้น ผมเชื่อว่าผมเองจะต่อสู้เพื่อนำความคิดบางอย่างกลับใส่ในจิตสำนึกของคน นั่นคือ จุดหมายของชีวิตในการเกิดมา โลกพัฒนาทางด้านวัตถุไปมาก แต่ด้านจิตใจ เรากลับไม่คำนึงถึงธรรมชาติที่เราอยู่อาศัย เราต่อสู้ ล้างเลือดกันเพื่ออะไร สุดท้ายก็มาตายไปครึ่งค่อนโลก ทำไมการต่อสู้นี้ถึงเกิดขึ้น เมื่อโลกเป็นเช่นนั้น ทรัพยากรต่างๆ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี จะจมหายไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันเยียวยา เริ่มต้นกันใหม่ได้เสมอ โลกเราวิวัฒนาการมาจนถึงจุดที่ ความรู้เก่าๆ เทคโนโลยีได้ถูกเก็บสะสมไว้แล้ว เพียงแต่เรานำมาใช้ได้ไม่ถูกต้อง เราจะค่อยๆรื้อฟื้นสิ่งดีๆขึ้นมา พัฒนาในสิ่งที่มันควรจะเป็น สิ่งแย่ๆก็ปล่อยมันไว้ สงครามเกิดขึ้นเพราะคนแย่งชิง ทำไมเราต้องแย่งชิง ความสบายหมดไปแล้ว เราต้องพยายามทำให้คนที่ต่อสู้เพื่อแย่งชิงนี้ เห็นค่าของการใช้ชีวิต เพราะเค้าต้องการความสบาย เขาจึงแย่งชิง มันจะมีประโยชน์อะไร ผมว่ามันคงเหมือนคนเสียสติที่ต้องได้รับการดูแล ผมเชื่อว่าคนที่จะอยู่รอดในยุคนั้น จะต้องเป็นคนที่สามารถควบคุมตัวเองได้ในระดับหนึ่ง มีสติ และมีบุญบารมีมากพอที่จะใช้ชีวิตข้ามผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ได้ โลกเราต้องร่วมกันพัฒนาเพื่อสร้างโลกใบใหม่ ให้เป็นโลกในอุดมคติได้ เราจะปลูกฝั่งคนรุ่นใหม่ เด็กๆที่เกิดใหม่หลังจากนั้น ที่จะอดทน และใช้ชีวิตเพื่อจุดประสงค์ ไม่ใช่เพื่อวัตถุ การปลูกฝังความคิดทำได้ไม่ยากครับผมเคยพูดไว้แล้ว สิ่งที่ยากที่สุด คือ การปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งที่เป็นอยู่ ดยคำนึงถึงปัจจัยหลายๆอย่าง ผลกระทบหลายๆอย่าง ธรรมชาติ ทรัพยากรที่มี เทคโนโลยี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการพัฒนาจิตใจ ให้โตกว่าเทคโนโลยีเหล่านั้น
     ผมนึกถึงตอนขึ้นปี 1 น่ะ เป็นการยากที่อยู่ดีๆเราจะปรับตัวจากการเรียน ม.6 การใช้ชีวิตตอนนั้น มาดูแลตัวเอง ปรับตัวเองเข้ากับสังคมตอนขึ้นมหาลัย ผมเชื่อว่าความยากของการปรับตัวเข้ากับโลกในยุคนั้น มันอยู่ที่จุดเปลี่ยนนี่แหละ ผมเชื่อว่าวิธีการหลังจากการปรับตัวนั้นเป็นสิ่งที่มีจุดมุ่งหมายของมันไว้แล้ว อย่างที่ผมบอก ชีวิตเกิดมาเราต้องมีจุดมุ่งหมาย เมื่อถึงเวลานั้นเราจะรู้ด้วยตัวเราเองว่า เป้าหมายของเราคืออะไร
      ที่จริงผมอยากจะแนะนำให้ทุกท่าน สนใจเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติในช่วงนี้ค่อนข้างมากซักหน่อยน่ะครับ กรมอุตุไม่สามารถบอกได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดแผ่นดินไหวที่ไหน พายุจะเข้าที่ไหน แต่ข่าวสารยุคนี้เร็วมาก และจะต้องตามให้ทันมากๆๆ ไม่ว่าเหตุการณ์ 2012 จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าเราควรที่จะลดๆ การยึดติดในวัตถุลงได้แล้ว หันมาเน้นการพัฒนาทางด้านจิตใจ คนเรามีจุดประสงคืของการเกิดมาน่ะครับ รีบไขว่คว้าหามันให้เจอ ก่อนที่มันจะสายเกินไป

edit @ 28 Apr 2011 09:14:10 by !!! L[0]ui5 :::

Comment

Comment:

Tweet

ตกตัว A ไปครับ ideal :)

#1 By keaaaa on 2011-04-28 19:18