การตัดสินใจ 1

posted on 20 Jun 2011 11:57 by l0ui5 in Daily-Life
การตัดสินใจ 1
 
     วันนี้เป็นวันที่ผมได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตผม แต่มันได้เสริมสร้างภูมิต้านทานในการตัดสินใจเรื่องบางเรื่อง ให้ผมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
     ตอนนี้ผมออกไซด์อยู่ที่บริษัทเงินกู้แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของแบงค์ใหญ่ๆสีเหลือง MD บริษัทนี้ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อตัวผมจากบริษัทเดิม เพื่อให้มาทำงานให้กับบริษัทแห่งนี้ เนื่องเพราะ MD ค่อนข้างชอบโปรเจคที่ผมทำอยู่
     ผมคงไม่ลงทางเทคนิคมากว่าผมทำอะไรอยู่ ถ้าคนที่ติดตามอ่านเอ็นทรี่ผมมาเรื่อยๆจะพบว่า ผมค่อนข้างจะไม่ลงรอยกับบริษัทนี้ ในแง่ของวิสัยทัศน์ และวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท ตอนแรกที่ผมได้รับข้อเสนอ บอกว่า MD สนใจผม และอยากได้ตัวมาร่วมทำงานด้วย ผมค่อนข้างที่จะ เห้ย บ้ารึป่าว กรุไม่มาร็อก แน่ๆเลย แต่พอผมได้คุยกับ CIO ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่าย IT เค้ามีการนำเสนอวิสัยทัศน์ขององค์กรที่น่าสนใจ รวมถึงเรื่องเงินเดือน (ตอนนั้นผมไม่ได้ถามร็อกว่าจะให้ผมได้เท่าไหร่) คือตอนนั้นมันไม่สนใจจริงๆ เพราะผมมีเป้าหมายของตัวเองอยู่แล้ว
     แต่ต่อมา ผมก็มีแนวความคิดบางอย่างที่น่าสนใจคือ เมื่อ MD สนใจที่จะดึงตัวผมร่วมงาน นั่นหมายความว่าเขาพร้อมที่จะจ่าย ผมเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ของเงินเดือน ซึ่งตอนนี้งานที่ผมทำนั้นเป็นสัญญารายเดือน ผมไม่รู้ตัวเลขแน่ๆ เพราะเป็นบริษัท Outsource ต่อ Outsource บริษัทผมไม่ได้เห็นเงินเต็มๆ ได้เพียงแค่ส่วนที่ตัดแล้วจาก Monthly Report ที่สรุปว่าเดือนๆหนึ่งผมเข้าทำงานกี่วัน ซึ่งผมถามพี่ที่บริษัทผมแล้ว บอกว่า ไม่แน่นอนเดือนละ 40k-50k นั่นหมายความว่าบริษัทที่จ้างผมมาอีกที่ ย่อมต้องได้ค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 60k เป็นแน่แท้
      ความคิดของผมต่อจากนั้นคือ เห้ยถ้าจะซื้อตัวผม ยังไงอย่างน้อยที่สุดคุณต้องจ่ายเท่ากับสัญญารายเดือนที่ทำ เพราะผมถือว่า โปรเจคที่ทำอยู่เนี่ย ผมทำคนเดียว เงินเดือนปัจจุบันของผมต้องอาจจะน้อยกว่าค่าสัญญา แต่ถ้าคุณจะซื้อผม ผมไม่บอกเงินเดือนคุณร็อก แต่คุณต้องประเมินว่า คุณต้องจ่ายมากกว่าสัญญาต่อเดือนแน่ๆ
     ผมตั้งใจจะถามคำถามนี้กับ CIO เมื่อวันศุกร์ เพื่อประเมินเงินเดือนที่เป็นไปได้ของผม ซึ่งน่าจะมากกว่า 60k+ เป็นแน่แท้ และผมก็พร้อมที่จะมีอ๊อฟชั่นเสริม ถ้าเห็นว่าค่าตัวผมแพงเกินเงินเดือนไปมากมาย อาทิ ผมรู้สึกว่าค่านิยม และวัฒนธรรมในองค์กรนี้ ยังใหม่ และไม่มีจุดเริ่มต้นที่ดี กิจกรรมประจำเดือนน้อยเกินไป ไม่ค่อยมีการออกไปข้างนอก ผมคิดว่าจะเสนอ CSR ให้กับบริษัท และยกระดับตัวเองให้เป็นที่ปรึกษา ขายวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการบริหารงานด้วย CSR แม้ว่าบริษัทนี้จะเป็นบริษัทเงินกู้ แต่ใช่ว่าจะทำ CSR ไม่ได้ซะเมื่อไหร่ ผมว่ามันจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อตัวบริษัทด้วย ว่าถ้า บริษัทเงินกู้ทำ CSR น่าจะดึงดูดให้คนที่กำลังเลือกว่าจะกู้ที่ไหน เห็นว่าองค์กรนี้ทำเพื่อสังคมน่ะ น่าจะช่วยสนับสนุน บลาๆๆๆๆ แต่วันนั้น CIO ไม่อยู่...
     นั่นทำให้ผมมีเวลาอีกเสาร์ อาทิตย์ ในการคิดเรื่องนี้อย่างรัดกุม ว่าจะเสนอตัวเองด้วยเรื่องอะไร แน่นอนว่าตอนนี้ผมมีความสนใจค่อนข้างมากในองค์กรนี้ ผมคุยกับพ่อผมอยู่พักใหญ่เลยเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับ การทำงานที่ขัดกับพุทธศาสนา บรรดาแบงค์ทั้งหลาย มีการเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก นั่นคือการขูดรีด เลือดเนื้อของประชาชน นั่นเป็นงานที่ผมไม่ทำแน่ๆ ยิ่งบริษัทเงินกู้ยิ่งแล้วใหญ่ แต่พ่อผมแนะนำมาว่า ให้คิดว่า งานส่วนที่เราทำเป็นงานที่ได้จับเงินรึป่าว งานของผมเป็นส่วนที่นำเสนอ และนำความสะดวกสบายให้กับคนในองค์กร ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเงิน เป็นส่วนที่เรียกว่า Support ซะมากกว่า ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อเราไม่มากเท่าไหร่ เอาเป็นว่า สรุปว่า ไม่เป็นไร งานสาย IT ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่บาปร็อก !
      เสาร์ อาทิตย์ผ่านไป ผมว่าผมพร้อมที่จะเข้าไปคุย และนำเสนอตัวเองกับ MD และ CIO กระบวนการคิดของผมลงลึกไปถึงว่า แท้จริงแล้ว ปัญหาขององค์กรนี้คืออะไร ธรรมชาติขององค์กร ความขี้เกียจของฝ่าย HR ซึ่งมักจะสนใจแต่งานของตัวเอง แต่ขาดความคิดสร้างสรรอะไรใหม่ๆ หรือ MD ที่ขาดสภาวะผู้นำ จนในที่สุดผมก็คิดออกมาได้ และนี่เป็นเรื่องที่ผมจะเปรียบเทียบครับ
      เสือหลายตัวในถ้ำเดียวกัน ปกติแล้วอย่าว่าแค่เสือสองตัวเลย เสือหลายตัวจะอยู่ในถ้ำๆหนึ่ง มันแทบจะเป็นไปได้ยาก แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ถ้ามีเสือตัวหนึ่งที่มีศักยภาพมากพอ จะสามารถคุมเสือทั้งหลายได้
      ปัญหาขององค์กรนี้ คือจุดนี้ครับ CIO พยายามดึงคนเก่งๆมาจากหลายๆที่ คนมีฝีมือ เปรียบเหมือนเสือหลายๆตัว ที่เข้ามาอยู่ในถ้ำเดียวกัน เสือเหล่านี้มันจะอยู่กันได้ยังไงถ้าขาดเสือตัวหนึ่งซึ่งสามารถคุมเสือทั้งหมดได้ ซึ่งตอนนี้องค์กรนี้ ขาดเสือตัวนั้นอยู่ครับ ตัว CIO เอง ผมพูดเลยว่า ไม่ใช่คนที่จะมีศักยภาพในด้านการบริหารคนค่อนข้างต่ำ เรื่องวิสัยทัศน์ของงานนั้น ผมคงไม่พูดถึงมากนัก เหมือนเสือแต่ละตัวก็สามารถหาอาหารประทังชีวิตเองได้ ไม่ต้องพึ่งเสือตัวใดตัวหนึ่ง แต่ถ้าเสือมันล่าเป็นหมู่ ผมว่า ต่อให้ฝูงอะไรทั้งฝูงมันก็ล่าได้ และนี่เป็นจุดที่ทำให้ผมระลึกได้ว่า เออ นี่ว่ะเป็นเหตุผลที่ผมไม่ค่อยชอบบริษัทนี้ซักเท่าไหร่ บริษัทที่ขาดวัฒนธรรมองค์กร และผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์ในเรื่องการพัฒนาคน
      ผมว่าองค์กรๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ ยอดผลลัพท์สุทธิเป็นกำไร ++ มากมายอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เรียกว่า ความเข้ากันได้ของคนในองค์กร ศักยภาพของคนในองค์กร เป็นอะไรที่มีความสำคัญอย่างมากและยิ่งยวด ต่อการเติบโตต่อไปของบริษัท ผมขอยกตัวอย่างบริษัทชื่อดังย่านบางซื่อ ที่เน้นการรับคนเข้าทำงาน ที่คน ไม่ใช่ที่งาน คนสามารถพัฒนาได้ คนไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องงาน แต่ต้องเก่งเรื่องคน ผมว่ายุทธศาสตร์นี้เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญเอาซะมากๆๆ เราไม่ได้ต้องการกลุ่มของคนเก่ง เราต้องการกลุ่มขอคนที่มีศักยภาพ ที่จะสามารถพัฒนาได้ มันเหมือนเราต้องการคนที่น้ำเต็มแก้ว หรือคนที่มีน้ำครึ่งแก้ว ผมว่าผู้บริหารที่เก่ง MD ที่เก่ง ต้องมองจุดนี้ออก แต่ MD คนนี้ ที่แน่ๆเค้าไม่มองจุดนี้ เค้าต้องการตัวผมไป เพราะ ผมเก่ง (กรุเก่งตรงไหนว่ะ) ผมจะตอบสนองความต้องการของเขาได้ ผมว่าจุดนี้ ให้ตายเถอะ ผมไม่คิดว่า ผมจะสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคตินี้ต่อ MD และ CIO คนนี้ได้แน่ๆ
      เหมือนความฝันพังทลาย เงินเดือนเดือนละ 60k หายวับไปกับตา ถ้าคนตามในทวิตเตอร์ผมจะพูดว่า ในที่สุดผมก็เอาชนะ พญามารตัวนี้ได้แล้ว พญามารที่ว่าคือ การที่ผมเอาใจฝักใฝ่กับสิ่งที่อยากได้ ใครๆก็อยากได้เงินเดือนสูงๆทั้งนั้น 60k กับคนอายุแค่ 23 เนี่ยในเมืองไทยถือว่าไม่ธรรมดาเลยน่ะ แต่ผมเลือกที่จะไม่เอา เพราะผมไม่คิดว่า ผมจะอยู่ในองค์กรนี้อย่างมีความสุขได้
      ปล. ตั้งแต่ผมอยู่บริษัทนี้มา ผมเคยกินฟรีครั้งเดียวจากงานวันสงกรานต์ ในขณะที่ตอนผมทำงานที่บริษัทชื่อดังย่านบางซื่อ ผมชอบคำว่า เลี้ยงVendor มาก เพราะผมได้กินฟรีหลายๆมื้อทีเดียว หุๆๆ

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!
ชอบประโยคที่ว่า!!!
การที่ได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว
มันไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิต
แต่มันเสริมสร้างภูมิต้านทาน
ในการตัดสินใจเรื่องบางเรื่อง
ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
(ขออนุญาตเปลี่ยนบางคำให้ตรงกับ
คน Comment นะ)sad smile sad smile

#3 By กำแพงกระดาษ on 2011-07-05 15:43

เจ๋ง

#2 By อากุง on 2011-06-20 21:00

อายุ 23 เงินเดือนเกิน 40K สุดยอดแล้วครับพี่!!

เป็นกำลังใจให้ในการตัดสินใจนะครับ

น่าเสียดายที่ สิ่งที่ผมชอบทำ กับรายได้ดีๆ มันไปด้วยกันไม่ได้ซักเท่าไหร่

แต่พออ่านเอ็นทรีนี้แล้วก็มีกำลังใจขึ้นนะ ว่าทำสิ่งที่เราชอบ ยังไงก็ดีกว่าต้องฝืนทนทำอะไรที่ไม่อยาก แลกกับเงินที่มากขึ้นนะครับ big smile Hot! Hot!

#1 By SimpsKwan on 2011-06-20 17:42