สิ่งที่เรียกว่า "ความทุกข์"

 

      คนเรานิยามความทุกข์ไว้หลากหลายมาก อาทิ ความลำบากในการใช้ชีวิต การไม่มีอันจะกิน ไม่มีอันจะใช้ ความไม่มี ความอดอยาก ความขาดแคลน ผมว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ มันใช่ความทุกข์จริงๆหรือ หรือมันเป็นแค่สิ่งที่มากระทบกับจิตใจของเรา แล้วแต่งแต้มเป็นมโนภาพแห่งความทุกข์ขึ้นมาเอง
     การที่เราจะนิยามคำว่าความทุกข์ให้มันถูกต้อง เราก็จะต้องนิยาม "ความสุข" เข้าไปด้วย ผมว่าการใช้ชีวิตอยู่บนโลกปัจจุบันนี้ เรามองความสุขคือความพอใจ ความทุกข์คือความไม่พอใจ เราอยากได้สิ่งๆหนึ่ง เมื่อเราได้มาเราเรียกมันว่าความสุข พอไม่ได้มันมาเราก็เรียกว่าความทุกข์ เช่นกันกับความมีและไม่มี การที่เรามีสิ่งๆหนึ่งเราก็ถือว่าเป็นความสุข เช่นกันถ้าเราไม่มีก็จะถือว่ามันคือ ความทุกข์
     โลกเราปัจจุบันหมุนเช่นนี้ การนิยามความสุข ความทุกข์ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราอยาก สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราได้มา สิ่งที่เราหามา แล้วเราเสพย์ หรือบริโภคสิ่งนั้นด้วยความรู้สึกที่เรียกว่ากามราคะ คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง ชีวิตเราวนเวียนอยู่กับวัฎจักรแบบนี้โดยเลิกที่จะสนใจและมองให้ลึกถึงความจริง ของคำว่าความสุข และความทุกข์
     ในเอ็นทรี่นี้ผมจะเน้นที่การพูดถึงความทุกข์เป็นหลัก แท้จริงแล้วอะไรคือความทุกข์ และความทุกข์ที่ได้มาเราจะทำอย่างไรให้ความทุกข์นั้นหายไป ผมว่าจุดเริ่มต้นของสาเหตุของการทุกข์ คือ อารมณ์และความคิด คนเรามีอารมณ์อ่อนไหวกับสิ่งที่อยู่รอบตัวค่อนข้างมาก ใส่ใจรายละเอียดค่อนข้างมาก เคยเห็นช่างทำผมไหม เวลาเขาทำผมเค้าจะหวีซ้าที ขวาที เล็มซ้ายที เล็มขวาที เพื่อให้ออกมาให้เนียบที่สุด ยิ่งรายละเอียดมาก ยิ่งตัดนาน ลูกค้าจะยิ่งพอใจ ลูกเล่นมากเท่าไหร่ยิ่งชื่นชม ความละเอียดอ่อนที่ว่า บางคนร้ายกาจกว่านั้น อย่างคนที่เรื่องมากในการกิน สั่งผัดกระเพราหมู ไม่ใส่กระเทียม ขอพริกเฉพาะสีแดงๆ ใบกระเพราไม่เอาก้าน น้ำตาลน้อยๆ ผงชูรสไม่ใส่ ผมว่าหลายคนเคยเจอน่ะ คนที่รายละเอียดชีวิตเยอะขนาดนี้ น่าสงสัยไหมว่าทำไมถึงมีคนประเภทนี้อยู่มากอยู่บนโลกนี้
     เวลาที่คนสั่งผัดกระเพราที่มีรายละเอียดมากๆเช่นนี้ ถ้าแม่ค้าไม่ทำตาม เขาก็จะเป็นทุกข์ มีการแสดงออกที่หยาบคาย อาทิ ทำหน้ามุ่ย ไม่กิน พูดจาดุด่า เสียดสี เสียดแทง ขั้นร้ายกาจก็โยนทิ้ง ทำร้ายร่างกาย คนที่มีความทุกข์จะแสดงอาการออกมาใน 3 ลักษณะ คือ โลภ โกรธ หลง ที่ยกตัวอย่างเมื่อกี้คืออาการโกรธน่ะ
     เวลาเราอยากได้อะไรซักอย่าง มันเหมือนกับมีอารมณ์บางอย่างครอบงำความรู้สึกให้เราหน้ามืดตามัว ตาลายคล้ายจะเป็นลม ใครห้ามก็จะไม่ฟัง พูดอะไรกระทบก็ไม่ได้ ความโลภ ที่เข้าครอบงำ มันทำให้คนเป็นทุกข์ กระวนกระวาย จนกว่าจะได้ของนั้นมา ส่วนความหลงนั้นไม่ได้พูดถึงเรื่องผู้หญิงอย่างเดียวน่ะ คนๆหนึ่งติดเหล้างอมแงม ก็เรียกว่าคือความหลงได้ หรือถ้ามองลึกไปกว่านั้น การติดความสบาย ก็เป็นความหลง ความสบายในที่นี้อาทิ มีข้าวกิน 3 มื้อ มีเตียงนุ่มๆ ห้องนอนมีแอร์ มีสบู่ ยาสีฟันใช้ เจ้าตัวความสบายนี้ก็เป็นตัวหนึ่งที่ทำให้เราหลงยึดติดไปกับความสุข โดยถือว่าตัวเองมีความสุข ไม่ลำบาก ไม่ตกทุกข์ ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ
     อารมณ์ทั้งหลายอย่างที่ผมยกมานี้ ถ้ามาคิดดูให้ดีก็จะรู้ว่า ทุกอย่างในโลกนี้ มันเป็นตัวทุกข์ไปซะหมด ความสบายนี่แหละเป็นตัวดี คนเรายกย่อง ความสบาย คือความสุขที่แท้จริงของโลก แต่เขากลับลืมไปว่า โลกมันไม่ได้มีแค่โลกนี้ หรือบางคนเชื่อว่าโลกมีแค่โลกนี้ เค้าจะมองไม่เห็นตัวทุกข์ที่แท้จริง
     ความทุกข์ที่แท้จริง คือ ความทุกข์ในการเกิด การเกิดทำให้เราต้องวนเวียนอยู่กับสิ่งที่เป็นความโลภ ความโกรธ ความหลง คนหลายคนเลือกที่จะขออยู่ในโลกที่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง โดยเข้าใจไปว่า นี่แหละคือความสุข นี่แหละคือสัจธรรมที่แท้จริงของโลก นี่แหละคือความจริงที่เป็นที่สุด เราทำงานเพื่อหาเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเองเพื่อซือความสุขความสบาย เพื่อให้ตนเองอยู่บนโลกนี้ไปจนกว่าจะถึงวันตาย แต่ความเป็นจริงมันไม่พอ สาเหตุที่เราเกิดก็เพื่อหาทางพ้นทุกข์ ก้าวข้ามผ่านความทุกข์ที่มีอยู่ เราไม่ควรที่จะมองสิ่งที่ทุกข์ให้กลายเป็นสุข เหมือนสุภาษิตง่ายๆที่ได้ยินกันบ่อย อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว คนส่วนมากเป็นแบบนี้ และจะเป็นอย่างนี้ต่อๆไป อีกไม่รู้นานเท่าไหร่
     ลองสำรวจตัวเอง ลองเขียนออกมาดูก็ได้เป็นสองช่อง ช่องหนึ่งคือ สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข อีกช่องหนึ่ง สิ่งที่ทำแล้วเป็นทุกข์ เมื่อเราเขียนหมดแล้วแล้วลองมาวิเคราะห์ดู ว่าอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัยให้เราเกิดความสุข หรือเกิดความทุกข์ ผมว่าคนเราสามารถเขียนมันออกมาได้ทั้งสองฝั่งแหละถ้าไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปน่ะ และถ้าคิดวิเคราะห์ลงไปลึกๆเข้าไปอีกจะพบว่า ไอ้ที่เราสุขและทุกข์เนี่ย มันเกิดขึ้นมาเพราะสาเหตุเดียวเท่านั้น
     สิ่งที่เรียกว่า "ความทุกข์" เราจะจมอยู่กับมันทำไมกัน ไม่เร่งหาทางออกให้มันไปสู่คำว่า "พ้นทุกข์" ซักทีละหนอ

Comment

Comment:

Tweet