Best of 2011

posted on 14 Apr 2012 16:41 by l0ui5 in Movie
Best of 2011
 
     ในที่สุดผมก็ได้ดูหนังของปี 2011 มากพอที่จะเขียนสรุปในเอ็นทรี่นี้ได้ กับเรื่องที่ชอบ เรื่องที่ดี เรื่องที่ได้รางวัลเยอะแยะมากมาย ผมจะเขียนสรุปแต่ละเรื่องแค่ประมาณย่อหน้ากว่าๆ ไม่ให้เยิ่นเย้อมากน่ะครับ และก็จะสรุปหนังประจำปีที่แล้วต่อด้านล่าง
 
The Artist
     ไม่ประทับใจซักเท่าไหร่เลย ผมว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบดูหนังเงียบเท่าไหร่น่ะ แต่ผมก็ยังดูในปริมาณที่เยอะอยู่ ซึ่งแต่ละเรื่องที่ได้ดูก็ขึ้นหิ้งระดับ Classic ทั้งนั้น ถ้าพูดถึงในแง่ของคุณภาพแล้ว ผมมองหนังเรื่องนี้ในระดับ "ห่วย" เลยล่ะ เพราะอะไร มันไม่มีอะไรที่โดดเด่นซักอย่าง การเล่าเรื่องที่ไม่สุด ความสนุกสนานที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเงียบ แทบจะไม่มี หมาที่นึกว่าจะขโมยซีนแต่ก็ไม่ได้มีอะไรเด่น หนังพยายามทำเหมือน หนังพูดที่ตัดเสียงออก ไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมรู้สึกว่า นี่จะเป็นหนังที่ดีพอที่จะได้ออสก้า จะมีก็แค่งานแสดงของ ดูจาดิน เท่านั้นแหละที่ผมค่อนข้างจะประทับใจ เพลงประกอบก็งั้นๆมากๆ ไม่ได้โดดเด่นหรือมีเอกลักษณ์ชัดเจน (ปกติเพลงของหนังเงียบก็จะประมาณนี้แหละครับ เพลงในหนังเงียบ จะสร้างบรรยากาศบางอย่างในฉากๆนั้น แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ออสก้าทั้งๆที่มีหนังที่ดีกว่าตั้งเยอะ) ผมว่ามันเป็นหนังกระแสออสก้า ที่ผมไม่ประทับใจที่สุดตั้งแต่ลุ้นออสก้ามากว่า 5-6 ปีนี้ครับ
 
The Descendent
      จากผกก. Sideaway ผมว่าอเล็กซานเดอร์ เพยน์ มีวิธีการเล่าเรื่องและนำเสนอหนังเรื่องนี้ได้น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะ George Clooney ที่ผมเห็นแกเล่นหนังแนวนี้ทีไร เอกลักษณ์ของพี่แกก็จะเด่นมากๆๆ ผมว่าถ้าดูจาดิน ไม่ได้ออสก้านำชายในปีนี้ คนที่ต้องได้ก็คือ คลูนีย์ นี่แหละ พี่แกเอาหนังอยู่หมัดเลย โดยเฉพาะฉากที่มีการประทะกันทางอารมณ์ เป็นตัวละครที่สามารถรับและแสดงออกซึ่งอารมณ์ได้อย่างอยู่หมัดทีเดียว นั่นน่าประทับใจมากๆ เพลงประกอบกับบรรยากาศของหนังที่ชิวๆ สบายๆ ในขณะที่เนื้อหาของหนังมันเครียดๆ แต่ผมกลับรู้สึกผ่อนคลายพอสมควรเวลาดู ออกแนวตลกร้ายลึกๆ หนังเรื่องนี้ลงตัวทุกอย่างโดยเฉพาะบทที่ได้ออสก้ามา เป็นหนึ่งในหนังที่ผมชอบที่สุดในปีนี้
 
Midnight in Paris
     บอกตามตรงผมไม่ค่อยถูกกับหนังของ วู๊ดดี้ เอลเลน ซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้าไม่มีแปลไทยผมจะเหนื่อยเอามากๆ เพราะหนังพี่แกบทสนทนาเยอะ และยิ่งกับหนังเรื่องนี้ บอกตามตรงผมแทบไม่รู้จักตัวละครในหนังเลยซักนิส ซึ่งนั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่ผมมึนงงกับหนังเรื่องนี้มาก แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นบรรยากาศที่ลงตัว รวมถึงความหมายของหนัง อารมณ์ของหนัง ทุกอย่างผมเข้าใจหมด เพียงแต่ผมไม่รู้จักใครเลย นั่นทำให้ผมก้ำกึ่งมากที่จะชอบไม่ชอบหนังเรื่องนี้ งานภาพที่สวยงามมากๆ ทำเอาผมยิ่งอยากไปปารีสสุดๆ โดยเฉพาะฉากเปิดหนัง ที่คลอไปกับเพลงแจ๊สชื่อดังที่ผมคุ้นหูมากๆ ฉากนี้ ร้อยเต็มร้อยเลยครับเป็นอะไรที่ทำให้ผมแทบจะเทใจให้หนังเรื่องนี้ไปทั้งเรื่องแล้วจนกระทั้งถึงผู้คนต่างๆที่ตัวละครไปพบ นั่นทำเอาผมเฟลจริงๆน่ะ อาจเพราะผมไม่ได้ศึกษาศีลปะในแขนงต่างๆนี้มากพอ เอาเป็นว่า เป็นหนังที่สุดยอดมากๆในแง่ศิลปะ ขอบคุณวู๊ดดี้ แอลเลน นี่คือหนังที่ผมชอบที่สุดของพี่แกน่ะครับ
 
     War Horse
     สปีลเบิร์ก ทำอะไรกับหนังเรื่องนี้ก็ไม่รู้ครับ ผมละเอือมมากๆ หนังไม่มีอะไรใหม่เลย การเล่าเรื่องก็ไร้ชั้นเชิง งานภาพก็สไตล์เดิมๆ อารมณ์ก็บีบได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าพี่แกคิดอะไร มันไม่มีอะไรใหม่เลยกับหนังเรื่องนี้ ยกเว้นเพลงประกอบที่ลงตัวมากๆ ก็แหงละ จอห์น วิลเลี่ยม ไม่ได้ฟังเพลงประกอบจากพี่แกมานานมากๆๆ นอกนั้นกุมขมับกับหนัง มันไม่ได้ครึ่งหนึ่งของหนังสงครามยุคก่อนๆที่พี่แกทำเลย เสียเวลาดูสุดๆๆ
 
      The Girl with Dragon Tattoo
     เดวิด ฟินเชอร์ ทำอะไรไม่ค่อยผิดหวังครับ แต่กับเรื่องนี้ ผมคงต้องหาซับไทยมาช่วยอีกรอบเพราะศัพท์ยากมากๆ อารมณ์ของหนังก็อึมครึมเหมือนต้นฉบับ ตอนจบที่ต่างออกไป ผมค่อยข้างจะชอบตัวละครของลิสเบ็ตในเวอร์ชั่นนี้มากกว่าน่ะ ตรงที่รูนีย์ มาล่าสวยกว่า(55+) ผมว่าพอๆกันน่ะ ทั้งสองเวอร์ชั่น ผมให้คะแนนเสมอกันเลยละ มันไม่มีอะไรเด่นกว่ากันเลยซักนิส จนกลายเป็นว่าผมรู้สึกสิ้นเปลืองว่า ฟินเชอร์ ไม่น่าเสียเวลาทำเรื่องนี้เลยจริงๆน่ะ
 
     Moneyball
     มันเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาสำหรับ แอรอน ซอคิน นักดัดแปลงบทเรื่องนี้ ปีก่อนพี่แกได้ออสก้าจาก The Social Network สำหรับปีนี้ การพูดถึงเบสบอล เงิน สถิติ ผมว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ รวมถึงเรื่องของการหักหลัง(ผมมองการ Trade เหมือนการหมากตัวหนึ่งในเกมที่จะได้จะเสีย ก็เหมือนการหักหลังซึ่งกันและกัน) หนังใช้เวลาเดินเรื่องค่อนข้างมาก แม้ว่าผมจะไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่เลย แต่ก็พบว่า จุดที่หนังนำเสนอมันพยายามที่จะสะท้อนความเป็นอยู่ การต่อสู้ของคนที่กุมอำนาจทางการเงิน หมากทางการเงินเป็นอะไรที่บ้ามากๆ มันดูไร้ศีลธรรม ไร้คุณธรรม ดูแล้วรู้สึกว่าอำนาจของเงินมันยิ่งใหญ่ หนังพยายามให้บทสรุปของตัวละครเป็นตรงกันข้ามกับความจริงซึ่งในชีวิตจริงมันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้น่ะ แบรด พิตต์ นำเสนออะไรดีๆอีกแล้ว พี่แกแบกหนังไว้ทั้งเรื่องได้อย่างลงตัวทีเดียว
 
My Top 10 Best Movie 2011
1. Hugo 
2. The Descendant
3. Harry Potter 7.2
4. Drive
5. Midnight in Paris
6. Mission Impossible4
7. ฝนตกขึ้นฟ้า (เป็นเอก)
8. Source Code
9. X-Men First Class
10. Rise of Planet of the Apes
     ปีนี้ผมมีหนังไทยที่ผมชอบมากๆเรื่องหนึ่งคือ ฝนตกขึ้นฟ้า ของเป็นเอก หลังจากได้ดู พบว่าหนังไทยเรื่องนี้ได้นำเสนอสิ่งที่น่าสนใจเอามากๆ และมีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว เป็นหนังที่ดูง่ายมากๆของเป็นเอกที่ไม่ควรพลาดทีเดียว
     สำหรับ Hugo ที่ผมเลือกให้เป็นหนังที่ผมชอบที่สุดในปีนี้ ต้องยอมรับว่า มันดีที่สุดแล้วจริงๆสำหรับปีนี้ในแง่ของทุกสิ่งทุกอย่างของคนรักหนังที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ บรรยากาศของหนัง ตัวละคร การเล่าเรื่อง อารมณ์ของหนัง ซับพล็อตที่เกี่ยวกับหนังซ้อนหนัง และมันเป็นอะไรที่มากกว่าหนัง มันเป็นงาน 3D จากผกก. ระดับปรมาจารย์ที่ลงมาเล่นกับของใหม่ และทำได้อย่างสวยงาม ลงตัวสุดๆ มันสวยงามกว่า Avatar ซะด้วยซ้ำ 
 
My Top 10 Best Trailer 2011
1 Tree of Life - http://www.youtube.com/watch?v=pvQZfLavWfU
     ตัวอย่างหนังเรื่องนี้ออกมาตั้งแต่ปี 2010 แต่ผมจัดใส่ชาร์ตนี้เพราะหนังมันเป็นของปี 2011 ครับ ความสวยงามของงานภาพเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ แม้ว่าตัวหนังเองผมจะไม่ได้ชื่นชอบหรือคลั่งไคล้มากเพราะมันเป็นเรื่องของศาสนามากจนเกินไป แต่หนังก็มีมิติอย่างการนำเสนอภาพ แสง สี เสียงที่สวยงามที่ลงตัว โดยเฉพาะตัวอย่างหนังนี้ที่ใครได้ดู ก็คงอยากดูหนังเรื่องนี้ เพราะมันสวยมากๆจริงๆ
2 Hugo - http://www.youtube.com/watch?v=5Y6OoN1FR6Y
      สำหรับ Hugo เองมีหลายตัวอย่างหนัง ซึ่งตัวอย่างหนังแรกๆ ห่วยมากๆ จนทำให้หลายคนไม่ได้มีโอกาสดูตัวอย่างหนังต่อๆไป ซึ่งผมดูหมดแหละครับ ด้วยเพราะมีความชื่นชอบหนังเรื่องนี้ในระดับหนึ่ง แต่กับตัวอย่างหนึ่งนี้ให้บรรยากาศที่ทำให้ผมอยากดู Hugo มากๆๆเลยตอนนั้น เพลงประกอบตัวอย่างออกจะคุ้นเคย แต่กับฉากที่ประกอบและเสียงที่บรรยาย ทำให้อารมณ์ของผมมันลอยไปกับหนังเลย ผมว่าตัวอย่างนี้ให้อารมณ์นั้นได้ขนาดว่าอยากจะให้ติดอันดับหนึ่งด้วยซ้ำแต่เพราะ Tree of Life มันไม่มีคำบรรยายจริงๆครับ
3 The Girl with Dragon Tattoo Teaser-http://www.youtube.com/watch?v=WVLvMg62RPA
      ตัวอย่างฉบับเต็มมันเวิ่นเวิ้อ เปิดเผยเรื่องราวมากเกินไป แต่กับ Teaser ของหนังเรื่องนี้ กลับเป็นอะไรที่ เห้ยสุดยอด โดยเฉพาะ Immigrate Song เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงทีเดียว สำหรับบรรยากาศของตัวอย่างหนังนี้โดยรวมก็เป็นอะไรที่มึนครึม อุดอู้ ลงตัวกับภาพจากหนังทุกประการ 
4 Drive - http://www.youtube.com/watch?v=KBiOF3y1W0Y
     ดิบ เถื่อน โหด ลงตัวทุกอย่าง และมัน Art มากๆ ลงตัวสุดๆ โดยเฉพาะไรอัน กอลลิ่งนี่ทำให้ผมไม่พลาดที่จะไปดูเรื่องนี้ในโรง(ประมาณตุลา)
5 Harry7.2 - http://www.youtube.com/watch?v=I_kDb-pRCds
     ตอนจบของซีรีย์นี้ จะมีอะไรให้เซอร์ไพรส์ก็ตรงที่ ทุกอย่างมันลงตัวและดีไปหมดเลย กลบเกลื่อนสิ่งที่ เดวิด เยต ทำมาในหลายภาคก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะตัวอย่างหนังนี้ก็ยอมรับว่าลงตัวมากๆครับ
6 Super8 - http://www.youtube.com/watch?v=DCGiC1BXmCo
     ตอน Teaser แรกออกมา มันบ้ามากเลย และแทบไม่มีฟุตเทจนั้นในหนังเลย บ้าจริงๆครับ แต่กับตัวอย่างฉบับเต็ม ผมว่าเพลงประกอบที่นำมาจากหนังเรื่อง Cocoon เนี่ย มันเพราะมากๆ ให้อารมณ์ที่เหมือนเอเลี่ยนตัวเล็กๆคล้ายๆแบบ ET เลย เป็นหนึ่งในหนังที่ผมอยากดูมากๆตอนนั้น เด็กๆก็แสดงได้ดีกันมากๆ
7 The Descendants - http://www.youtube.com/watch?v=CWHNXJ1K4yA
     ผมว่าใครดูตัวอย่างนี้แล้วไม่ให้จอร์จ คลูนีย์เข้าชิงออสก้านี่คิดผิดมากๆ ผมว่าเพราะฉากนี้แหละที่ทำให้หนังมันเจ๋งมากๆ มันทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้สุดๆ และยิ่งได้รู้ว่าหนังได้ Globe Award ด้วยน่ะ ไม่พลาด 
8 Sleeping Beauty-http://www.youtube.com/watch?v=IAsbowwhXkw
     มันอาร์ทมากๆ บรรยากาศอึมครึม ตัวละครที่เข้ากับหนัง ฉากที่วับๆแวมๆ มันเป็นความรู้สึกที่น่าสนใจ แต่ผมก็ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครับ
9 Rango - http://www.youtube.com/watch?v=k-OOfW6wWyQ
      ใครๆก็ชอบจอห์นนี่ เดปป์ แค่ได้ยินเสียงแกก็ตลกแล้ว ตัวอย่างแอนิเมชั่นเรื่องนี้ มีความน่าสนใจตรงที่การเล่าเรื่องในตัวอย่างหนัง เผยการแสดงของเดปป์ที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นตามสไตล์พี่แก ดนตรีประกอบที่ฟังแล้วได้บรรยากาศเวสเทิร์นแบบฮาๆ และฉากฮาๆหลายฉาก ที่ลงตัวทีเดียว
10 The Artist-http://www.youtube.com/watch?v=OK7pfLlsUQM
     ผมไม่ได้ชอบตัวอย่างหนังเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ แค่เติมมันให้เต็มสิบเท่านั้นแหละ มันแปลกตรงที่ผมควรจะใส่ตัวอย่างนี้เข้ามา เพราะมันเป็นตัวอย่างที่หาดูยากในปัจจุบัน มีความโดดเด่นตรงการนำเสนอ แต่ไม่ได้ชอบเลยครับ ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นแบบเดียวกันกับตอนที่ผมดูหนัง
 
 

Comment

Comment:

Tweet