Idel-PICandMUSIC

รูปโดนๆ จากรถไฟฟ้ามาหานะเธอ

    ว่างๆคับ ก็เลยคัดรูปสวยๆเก็บไว้ หนึ่งในสองสิ่งที่ผมชอบกับเรื่องนี้ก็คือ งานด้านภาพ สวยงามมาก ต้องขอบคุณพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ที่ทำให้ผมได้เห็นมุมกรุงเทพฯสวยๆ แบบโดนๆกับเขาซักที

    มุมเหงา
    ภาพมุมเงย เห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เป็นองค์ประกอบด้านหลัง ส่วนเธอมองมุมต่ำ สะท้อนความเงียบเหงาและโหยหา เปรียบกับว่าความเหงามันทำให้สิ่งรอบกลายเป็นแค่องค์ประกอบของชีวิตเท่านั้น

     มันอยู่ในใจความ
     ผมหารูปนี้นานมาก(เจอในเวป gth แต่โหลดไม่ได้) ภาพนี้จะเห็นว่ากรุงเทพฯสกปรกแค่ไหน แต่องค์ประกอบเรื่องความสกปรกนี้ เราสามารถมองข้ามมันไป เพราะ อารมณ์ของภาพ เป็นอารมณ์ครุ่นคิด และ่ยิ้มกริ่มในใจ ความหมายในกระดาษที่ถือไว้มันมีความสำคัญกว่าภาพพื้นหลังที่มันสกปรกๆแบบนี้เป็นไหนๆ ภาพโฟกัสที่คน ประหนึ่งโดดเดี่ยวในเมืองที่สกปรกซกมกเช่นนี้กระดาษนี่เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ดึงอารมณ์ของภาพไว้ได้

     เขาคือใครน่ะ
     แววตาใคร่รู้ ปนความชื่นชอบ เป็นการแอบที่มีความสุข เพราะการแอบนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความโรแมนติก กับหนัง 3 เรื่องในแถวกลาง เป็นหนังโรแมนติกที่สุดๆมาก ส่วนแถวล่างนี่จงใจทำเหมือนความรักในเทพนิยาย ส่วนแถวบนมองความรักเป็นเหมือนเกม สนุกทุกเรื่องครับ

     โทรมาน่ะ
     ภาพแห่งความหวัง สายตามองสูง ขณะที่มือกำลังเขียน อารมณ์ขณะนั้นมองหาความหวังอยู่ว่า เขียนแล้วเขาจะโทรมาไหม ผมชอบตรงเห็นคำว่า ทางลงฉุกเฉินอยู่ข้างหลังจางๆครับ มันให้ความหมายว่า มันมีสองโอกาสอยู่ที่เราจะเลือกเขียนหรือไม่เขียน

     ขอบใจสำหรับของน่ะ
     เสียดายผมหารูปหน้าของเธอตอนหลังจากให้ของไม่ได้ แต่รอยยิ้มอันอิ่มเอิบของเธอหลังจากให้ของนั้น เป็นความสุขที่เราได้ทำอะไรบางอย่างไป นั่นเป็นรอยยิ้มที่ผมชอบที่สุดในหนังแล้วครับ เพราะว่า ความสุขแรกที่ได้จากการให้เนี่ย เป็นสุขที่สุดในชีวิตคู่น่ะครับ

     ขอบใจสำหรับของน่ะ
     เวลาเรามองสิ่งของที่คนรักให้ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อารมณ์ของภาพนี้เป็นเช่นนั้น รอยยิ้มบางๆที่มุมปาก บอกเราว่า ความสุขนี้หาที่ไหนไม่ได้จริงๆ

     หวั่นวิตก กลัวๆ ว่าเขาจะชอบของเราไหม
     ความกล้าๆ กลัวๆจะเกิดขึ้นเสมอเวลาที่เราได้ทำอะไรบางอย่างลงไป ใบหน้าแสดงอารมณ์ของเธอ กับเสื้อสีม่วง ให้อารมณ์หม่นๆ กลัวๆนิดๆ สิ่งที่เราทำไปจะดีไหม ถ้ามันไม่ดีเค้าจะคิดอะไรผิดไปรึป่าว...

      โอกาสของความรักไม่ได้มีตลอดเวลา
      ใบหน้าของเธอแสดงอารมณ์กึ่งๆระหว่างความสุข กับความวิตก มันมีริ้วรอยเปือนแห่งความสุข แต่ยังไม่สมหวังจึงยังมีความวิตกติดอยู่บนใบหน้า มาลุ้นกันว่าความรักนี้จะสำเร็จรึป่าว


     นายชอบเราน่ะ
     คนหนึ่งยังกังวลๆอยู่ว่าเขาจะชอบเราไหม ส่วนอีกคนรอยยิ้มเปื้อนความสุขที่ได้มาเที่ยวกับคนที่เขาเริ่มจะชอบ เป็นสองอารมณ์สองจังหวะที่ขัดแย้งกัน แต่ลงตัวกับองค์ประกอบ แต่ประหลาดที่หญิงแต่งดำ(น่าจะหมายความว่า ยังกลัวๆกล้าๆ) ส่วนชายแต่งฟ้า นั่นหมายถึงความสุข สนุก โอกาส

     มาสนุกด้วยกันซิ
     คนหนึ่งเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข สนุก ส่วนอีกฝ่ายเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจนัก แม้จะมีรอยเปื้อนยิ้มบางๆ ใกล้แล้วละที่ความรู้สึกของทั้งสองคนจะตรงกัน

      ภาพแห่งความสุข
      ภาพนี้เป็นภาพคู่ที่ผมชอบที่สุด สังเกตว่าทั้งสองคนมีรอยยิ้มกริ่มๆ ไม่ว่าภาพหลังจะสวยแค่ไหน แต่องค์ประกอบนั้นลงตัว สีเสื้อของทั้งสองก็ออกโทนเดียวกัน สีพื้นหลังก็ใช่ เป็นภาพที่ดูแล้วมีความสุขมากๆ

 

      หนาวกาย แต่สุขใจ
      นี่ก็เป็นอีกภาพที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของทั้งสอง ทำให้องค์ประกอบของแสงและเงา ที่ตกมาจากทางซ้ายทำให้เรารู้สึกอิ่มเอิบ และเป็นสุขได้ ลมหนาวๆที่พัดมา ทำให้กายเย็นยะเยือก แต่ใจกลับเต็มเปื่ยมไปด้วยความสุข เป็นสองรูปที่ดูแล้วอิ่มเอิบซะจริง

     สุขที่สุด คือสุขทางใจ
     รูปคู่รูปนี้ จะเห็นว่าสาวเธอยิ้มกว้างที่สุดแล้ว การสบตาเป็นความสุขที่สุขที่สุดแล้ว เพราะมันเหมือนว่าเราได้เข้าใจกันและกัน นี่เป็นภาพที่คล้ายกับภาพที่ 3,4 แต่เป็นภาพมุมสว่าง ที่องค์ประกอบตัดกัน โดยเฉพาะสีเสื้อของทั้งสอง ผู้ชายสีเข้ม ส่วนผู้หญิงสีอ่อน แสดงความแตกต่างระหว่างชายหญิง (ถ้าเป็นในหนังจะบอกว่า คนหนึ่งทำงานกลางวันอีกคนทำงานกลางคืน)

     ยิ้มอยู่คนเดียว อยากยิ้มบ้าง
     ภาพที่เน้นอารมณ์ของคนสองคน คนหนึ่งยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนรู้ว่าอีกคนแอบมองดูอยู่ด้วยความอิ่มใจ ในขณะที่คนมองอยากมองด้วยความรู้สึกที่ว่า อยากเห็นคนมีความสุข ... รู้สึกจะเลือกภาพคู่แบบสุขๆหลายรูปและ

     รักน่ะ จุ๊บๆ
     องค์ประกอบภาพนี้เป็นภาพแอบถ่าย ในขณะที่คนหนึ่งหลับ อีกคนหนึ่งก็อยากทำให้เธอมีความสุข บางทีในจังหวะที่เธอตื่นเขาอาจจะไม่กล้าพอที่จะทำแบบนี้ก็ได้ แต่ว่านี่เป็นตอนหลับ มันเหมือนเป็นความสุขที่เราได้แสดงความรักให้คนที่เรารักขณะเขาหลับ มันสุขใจที่ได้ทำในขณะที่ใกล้กันขนาดนี้

    ขอโทษนะ & ทำไมนายทำแบบนี้
    เป็น A Moment หนึ่งที่มีกันทุกคนแหละ ผมชอบอารมณ์ของภาพนี้ ตรงที่ คนหนึ่งเหมือนจะงองอนจากอะไรบางอย่าง แต่เขาก็อยากที่จะขอโทษเพื่อชดใช้ความผิดนั้น ประมาณว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เป็นภาพที่ให้อารมณ์ได้หดหู่พอสมควร

      ฉันเข้าใจแต่มันร้ายแรงจริงๆ
      เป็นภาพหดหู่อีกภาพ ที่องค์ประกอบตัดกันได้ลงตัว ผ่านเสาตรงกลางบางๆ ทั้งสองรักกันมาก แต่เหตุการณ์บางอย่างที่เมื่อความจริงบังเกิด ความสุขมันไม่เหมือนเดิม เธอจะคิดว่าที่เขาทำมาทั้งหมดมันเพราะอะไรกันแต่ ในขณะที่เขารู้สึกผิดอย่างแรง รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดีแต่ก็น่ะ ผมขอโทษ

     เพราะเราต่างกัน
     สองรูปนี้ต้องคู่กันครับ เพราะเป็นภาพอารมณ์เดียวกันของทั้งสองคน แต่ต่างจังหวะและเวลา เริ่มจากจังหวะก่อน หญิงรถไฟจอดแล้ว แต่ชายรถไฟเพิ่งจะมา สองภาพทั้งสองสื่ออารมณ์ได้เหมือนกันว่าหดหู่และเงียบเหงา แต่จังหวะของทั้งสองภาพ หญิงนั้นรักอยู่เต็มใจ ส่วนชายนั้นเหมือนรักหายไป จังหวะของรถไฟฟ้าทำให้ผมชอบสองภาพนี้มาก มันเข้ากันได้จังหวะจริงๆ ถ้าใครสังเกตหน่อย ชายจะอยู่ข้างบน หญิงจะอยู่ข้างล่าง(มั้งน่ะ ถ้าผมจะไม่ผิด)

     ทำไมต้องเป็นแบบนี้...
     ความหมายตามรูปครับ

     ขอโทษจริงๆน่ะ
     ในหนังไม่ได้ความหมายแบบนี้น่ะครับ แต่อารมณ์ในภาพ ที่ใบหน้าของชายแสดงอารมณ์ว่า ผมขอโทษจริงๆกับทุกอย่าง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม...

 

     ความหวังยังมีอยู่ต่อไป
     การกอดที่ไม่เห็นหน้านี้ ใ้ห้ความรู้สึกแบบ ไม่ว่าชีวิตจะเป็นยังไง เราก็ต้องสู้กันต่อไป

     แม้ยังมีรัก ก็ยังมีหวัง
     ผมเลือกปิดด้วยรูปนี้ ที่คนสองคน มองไปทางเดียวกันสวนทางกับ BTS ที่ไปอีกฝั่ง ชีวิตคู่เป็นของเราสองคน ไม่ว่าโลกจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน ก็ไม่เกี่ยวกับเราสองคน ...

I'm Yours - Jason Mraz

posted on 30 Sep 2009 09:47 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

Jason Mraz - I'm Yours

    อาจจะช้าไปหน่อย แต่ก็ไม่ช้าเกินไปครับ เพราะเพลง I'm Yours ของ Jason Mraz นี้ กลายเป็นเพลงที่อยู่ใน Chart Billboard นานที่สุดไปเรียบร้อยแล้ว โดยการชนะ How do I Live ไปเรียบร้อยแล้ว 

As of September 24, 2009,
* 75 weeks - Jason Mraz — "I'm Yours" (2008)
* 69 weeks - LeAnn Rimes — "How Do I Live" (1997)
* 65 weeks - Jewel — "Foolish Games" / "You Were Meant for Me" (1997)
* 64 weeks - Carrie Underwood — "Before He Cheats" (2007)
* 62 weeks - Lifehouse — "You and Me" (2005)
* 60 weeks - Los del Río — "Macarena" (Bayside Boys Mix) (1996)
* 58 weeks - Santana featuring Rob Thomas — "Smooth" (1999)
* 58 weeks - The Fray — "How to Save a Life" (2006)
* 57 weeks - Creed — "Higher" (2000)
* 56 weeks - Paula Cole — "I Don't Want to Wait" (1998)
* 56 weeks - Faith Hill — "The Way You Love Me" (2001)
* 55 weeks - Everything But the Girl — "Missing" (1996)
* 55 weeks - Duncan Sheik — "Barely Breathing" (1997)
* 55 weeks - Lonestar — "Amazed" (2000) 

    ผมยังจำได้ตอน How Do I Live กลายเป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง Con Air ของพี่ไมเคิล เบย์ เพลงเพราะมากกกก แซงเพลง Los Del Rio ของ La Macarena ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น(ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะตรงไหน) จากนั้นมา How Do I Live ก็ยึดครองตำแหน่งมากว่า ทศวรรษ เชียวก่อนมาเสียให้กับ I'm Yours เพลงป๊อปฟังง่่ายๆ ลื่นหูแบบนี้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ผมชอบคำพูดของพี่ มราซ ที่ว่า ""ผมไม่รู้สึกเหมือนกับว่าผมผ่านเส้นชัยแล้ว ผมไม่รู้สึกเหมือนผมต้องลงแรงกับ 70 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกแค่ว่าเพลงนี้มันทำหน้าที่ของมันเอง และมันถือเป็นของขวัญอย่างแท้จริง" นี่คือคำพูดของผู้ชนะอย่างแท้จริง

    แปะเนื้อหน่อย

Title : I'm Yours
Artist : Jason Mraz


Well, you done done me and you bet I felt it
I tried to be chill but your so hot that I melted
I fell right through the cracks, now I'm tryin to get back
before the cool done run out I'll be givin it my best test
and nothin's gonna stop me but divine intervention
I reckon it's again my turn to win some or learn some

But I won't hesitate no more,
no more, it cannot wait
I'm yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you're free
look into your heart and you'll find love love love love
listen to the music of the moment people dance and sing
We're just one big family
And it's our godforsaken right to be loved loved loved loved loved

So, i won't hesitate no more,
no more, it cannot wait i'm sure
there's no need to complicate our time is short
this is our fate
I'm yours

*scat*

I've been spendin' way too long checkin' my tongue in the mirror
and bendin' over backwards just to try to see it clearer
But my breath fogged up the glass
and so I drew a new face and I laughed
I guess what I'd be sayin' is there ain't no better reason
to rid yourself of vanities and just go with the seasons
it's what we aim to do
our name is our virtue

But I won't hesitate no more,
no more it cannot wait
I'm yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you're free
look into your heart and you will find that the sky is yours

so please don't, please don't, please don't,
there's no need to complicate,
Cause our time is short
This, this, this is our fate,
I'm yours

*scat*

      อีกนานแค่ไหนหนอ กว่าที่จะมีคนทำลายสถิติใหม่นี้ แล้วเมื่อไหร่พี่แกจะหยุดซักที จะ 80 แล้วยังไม่หลุดเลย เหอๆๆ จะอยู่ถึงร้อยสัปดาห์ไหมเนี่ย

เหนื่อยใจ

posted on 28 Mar 2009 21:54 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

เหนื่อยใจ

    ไปดุ Watchmen มาอีกรอบ มันทำให้เราแบ่งคนออกได้อีกซักเล็กน้อย คือคนที่กลางๆ กับคนที่สุดโต่ง

    ผมเปรียบ วอร์แช๊ค เป็นคนที่สุดโต่งไปด้านหนึ่ง และเอเดรียน เป็นคนที่สุดโต่งในอีกด้านหนึ่ง ก็จะมี ไนท์อาว, ซิล สเปกเตอร์ ที่อยู่ตรงกลาง

    ปรากฏว่าตอนจบของหนัง วอร์แช็คตาย แต่เอเดรียนรอด ส่วนพวกกลางๆนี่ มันก็พวกไม่เอาอ่าวทั้งหลาย

    เอากันตรงๆเลย คือ ผมยืนยันหัวชนฝานะ ว่า พุทธศาสนา ที่เป็นทางสายกลางเนี่ย ก็เพราะมันเอาตัวรอดของตัวมันเอง ปล่อยให้ศาสนาที่อยู่สองฝากเขาหาเรื่องกันเอง

    แต่ก็เท่านั้นแหละ จะไปสนมันทำไม ชีวิตมันเป็นเรื่องตลกอีกเรื่องนึงนี่เนอะ

    มันก็เลย เหนื่อยใจ เป็นเพลงเก่าของ XL วงอะไรซักอย่าง แล้ว พี่น้อย ของเรามาร้องใหม่ ผมว่าเวอร์ชั่นใหม่นี้โดนกว่าเวอร์ชั่นเดิมน่ะ ก็เลยเอามาฝาก

    เพลงมันโดนๆมากในช่วงนี้ชอบกล เนื้อหาไม่เกี่ยวกับอะไรด้านบนร็อกน่ะ แค่อยากระบาย

    เพลงนี้เป็นเพลงของคนที่เกือบจะอกหักอยู่แล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำให้ผู้ชายอีกคนหนึ่งทุกข์ได้มากแค่ไหน การที่ชายคนนั้นพยายามทำหลายๆอย่าง แต่มันก็เป็นสิ่งเลื่อนลอย เขาเลยรู้สึกเหนื่อยใจ ที่สิ่งที่ทำไป มันก็แค่สายลมผ่าน...


เหนื่อยใจ - - Ford & Friends

     ดนตรีเป็นส่วนผสมระหว่าง เปียโน โซโลกีตาร์ และเสียงกดคอร์ดค้างๆของคีย์บอร์ด แต่เสียงของพี่น้อยกับเสียงของเปียโน ผสานเข้ากันได้ลื่นไหล ได้เศร้ามาก และด้วยลูกคอของพี่น้อย เล่นเอาน้ำตาแทบไหลเหมือนกัน เป็นเพลงเศร้าที่เศร้าจับใจทีเดียว

Oscar VS สุพรรณหงส์

posted on 23 Feb 2009 15:34 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

Oscar VS สุพรรณหงส์

     ไม่รู้คนจัดสุพรรณหงส์คิดยังไง มาจัดวันเดียวกับงานประกาศผลออสก้า แต่เหมือนได้ข่าวว่า ท่านนายกมาเปิดงานให้ แต่ความสนใจของคนก็อยู่ที่ Oacar มากกว่าสุพรรณหงส์อยู่ดี

    ปีนี้ปีทองของหนัง Indy ทั้งอย่าง Slumdog กะ Wonderful Town ที่ได้รางวัลใจปริมาณหนึ่งจากเวทีของตน สำหรับ Slumdog นี่คงไม่พูดไรมาก เพราะเคยมีอะไรที่พูดถึงมาแล้ว ส่วน WOnderful Town นี่ก็แอบเซอร์ไพรส์เล็กๆเหมือนกัน ที่สุพรรณหงส์เลือกให้เรื่องนี้ แทนที่จะเลือก กอด หรือ รักสามเศร้า

    เอาว่าใครชนะอะไรแค่ไหนหาได้ตามเวปอื่นๆ บล็อกผมเอารูปเจ๋งๆ ทั้ง Red Carpet และ สุพรรณหงส์มาฝากแล้วกัน

ก้อย รูปนี้สวยมาก รับรางวัลนำหญิง จากสุพรรณหงส์

ฮอย

ชุดนุ่นสวยดีอ่ะ

ชุดเท่ห์ดีอ่ะ มณีรัตน์ คำอ้วน

พลอยเอ้ย สวยแต่เพชร

ก้อยน่ารักมากกก

ก้อยอีกซักรูป

มาที่ออสก้าบ้าง คนสวยประจำงาน 

นางเอกของงานวันนี้

คนสวยสุดของงาน เสียดายปีนี้พลาดไป ยังมีอีกหลายครั้งน่ะ

เพเนโลเป ครูซ ก็ได้ออสก้ากับเค้าซักทีเนอะ

หนังญี่ปุ่นเรื่องนี้ผมไม่พลาดแน่

นักแสดงจาก Slumdog Millionare

นาตาลีคนสวย เลือกชุดสีเชยๆไปซักหน่อยน้า

เอมี่ อดัม ชุดแดง ก็ดูดีน่ะ

ปิดท้ายด้วยคู่นี้แล้วกัน

 

กุหลาบสีฟ้า

posted on 12 Feb 2009 12:08 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

กุหลาบสีฟ้า

    คือเรื่องมีอยู่ว่าน่ะ เราถามเพื่อนเราคนหนึ่งว่าชอบดอกไม้อะไร เค้าตอบว่า เบญจมาศ แล้วเขาก็ถามกลับว่าเราชอบอะไร... ไม่รู้ว่ะ ไม่เคยมีดอกไม้ที่ชอบเหมือนกัน ???

    เอาง่ายๆ ขนาดดอกเบญจมาศ ผมยังไม่รู้จักเลย นับประสาอะไรกับดอกไม้นานาพันธุ์ที่สวยงาม แต่ไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนามผมก็เลย หาดอกที่จะชอบใน Google เอา

    แต่มันก็ต้องมีคอนเซปบ้าง สีที่ผมชอบคือสีฟ้า ก็เลย Search: flower blue ก็พอมีขึ้นอยู่หลายดอกเหมือนกัน แต่ที่โดนสุดๆก็คือ Rose Blue กุหลาบสีฟ้า

ผมขอไป Quote บทความของกุหลาบสีฟ้ามาแล้วกัน

======================

ผู้จัดการออนไลน์: เอบีซีนิวส์ - ดอกไม้ที่หลายคนยกย่องให้เป็น “ราชินี” คือดอกกุหลาบ แต่ที่คนในวงการดอกไม้จัดว่าเป็นสุดยอดของดอกกุหลาบอีกที ก็คือ “กุหลาบสีฟ้า” ที่จนบัดนี้ยังไม่มีนักเลงกุหลาบคนใด หรือนักวิทยาศาสตร์คนไหนเพาะพันธุ์ขึ้นได้เลย

     ทุกวันนี้ตามตลาดดอกไม้ทั่วโลกมีกุหลาบงามๆ ให้เลือกชื่นชมกันมากมายหลายสี ไล่มาตั้งแต่สีชมพู สีส้ม ไปจนถึงสีคลาสสิคอย่างสีแดง กระทั่งแบบเป็นริ้วสีก็ยังมี แต่แม้จะพยายามมานานถึง 15 ปี จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครสร้างสรรค์ดอกกุหลาบที่มีสีฟ้าตามธรรมาติขึ้นได้

     ในโลกแห่งกุหลาบซึ่งถ้ามองเป็นมูลค่าตลาดก็คงประมาณได้ว่าเป็นธุรกิจมูลค่าราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้น ความสำเร็จในการสร้างดอกไม้อะไรที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นขึ้นมา ย่อมหมายถึงผลกำไรมหาศาล

     “มีคนรวยที่เป็นแฟนกุหลาบเยอะแยะ และอะไรก็ตามที่ไม่เหมือนใคร ก็มักจะขายได้ในราคาสูงทั้งนั้น” โรเบิร์ต สเกอร์วิน ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวน ที่มหาวิทยาลัย ยูนิเวอร์ซิตีออฟอิลลินอยส์ ที่เออร์บานา-แชมเปญ กล่าว

     แล้วทำไมการเพาะดอกไม้สีฟ้าถึงยากนักยากหนา?

     ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะสีฟ้าเป็นสีที่ซับซ้อนมาก นอกจากจะเป็นสีที่หายากแล้วยังเป็นสีที่ต้องพึ่งพาปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

     กว่าจะได้ดอกไม้สีฟ้านั้น ขั้นแรกต้องมีเม็ดสีตัวสร้างสีฟ้าชื่อ เดลฟินิดินเสียก่อน นอกจากนี้ยังต้องมีเม็ดสีที่ทำงานประกอบกันอีกตัวหนึ่ง และสุดท้ายคือต้องมีระดับความเป็นกรดที่เหมาะสมในเซลล์ของต้นไม้ เพื่อเอือ้ให้ดอกไม้ออกมาถูกโทนสี

     ซึ่งตอนนี้ราชินีดอกไม้ผู้เย่อหยิ่งอย่างกุหลาบนั้น ไม่มีทั้งสามอย่าง!

     “คิดจะเล่นกับกุหลาบน่ะไม่ง่ายเลยนะ” เดวิด ไบรน์ นักพันธุศาสตร์ดอกกุหลาบที่มหาวิทยาลัย เท็กซัสเอแอนด์เอ็ม ยูนิเวอร์ซิตี ในเมืองคอลเลจสเตชั่นบอก "มันไม่มีเม็ดสีสีฟ้า และดูไม่น่าจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปได้ด้วย"

     นักวิทยาศาสตร์ลองมาแล้วทุกทาง ทั้งการติดตาต่อกิ่ง ผสมข้ามพันธุ์ และลองใช้ยีนจากดอกพิทูเนียซึ่งเคยเพาะพันธุ์สีฟ้าได้แล้ว ... แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

     เมื่อปี 1986 บริษัทสัญชาติจิงโจ้ชื่อ ไบโอเทค ฟลอริยีน ถูกก่อตั้งขึ้นที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยมีวัตถุประสงค์เดียวคือ เพื่อสร้างกุหลาบสีฟ้าให้ได้

     นักวิจัยของไบโอเทค ฟลอริยีน มีผลงานดีเด่นหลายอย่าง และเพาะพันธุ์ดอกลาเวนเดอร์ และดอกคาร์เนชันสีฟ้าได้สำเร็จ แต่ยังไงๆ ดอกกุหลาบสีฟ้าก็ยังเป็นโจทย์ที่ไม่มีใครตีแตก

     ตอนนี้ไบโอเทค ฟลอริยีนยังไม่เปิดเผย ว่าวิจัยกุหลาบสีฟ้าคืบหน้าไปถึงไหน แต่ล่าสุดมีข่าวดีมาจากมหาวิทยาลัย แวนเดอร์บิลด์ยูนิเวอร์ซิตี ในรัฐเทนเนสซีว่า กุหลาบสีฟ้าอาจไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินฝันอีกต่อไปแล้ว

     วารสารเจอร์นัลออฟเมดิซินัลเคมิสทรี กำลังจะตีพิมพ์ผลการค้นพบของนักชีวเคมี ปีเตอร์ เก็นเกริช และอลิซาเบธ กิลแลม ผู้ช่วย ทั้งคู่ทำโครงการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการทำงานของตับ ว่าตับสามารถทำให้ยาแตกตัวได้อย่างไร แต่พวกเขากลับพบอะไร “เจ๋งๆ” ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการสานฝันกุหลาบสีฟ้าได้

    เก็นเกริชและกิลแลมพบเอนไซม์ในตับตัวหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาน่าอัศจรรย์ใจ เมื่อพวกเขานำเอนไซม์ตัวดังกล่าวใส่ลงในแบคทีเรีย แบคทีเรียตัวนั้นก็เปลี่ยนสีเป็นสีฟ้า

     แม้วัตถุประสงค์หลักจะเป็นการศึกษาการทำงานของตับ แต่แบคทีเรียสีฟ้าที่พบโดยบังเอิญนี้ก็น่าจะเป็นตัวพลิกโฉมหน้าวงการดอกไม้ได้เหมือนกัน คณะทำงานเลยหันมาศึกษาเรื่องเอนไซม์ และลองใส่เอนไซม์นี้ลงในต้นกุหลาบ

     ผลที่ได้ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไร “ครั้งแรกสุดเราได้ดอกกุหลาบที่มีก้านเป็นจุดๆ สีฟ้า” เก็นเกริชเผย และยืนยันว่าพวกเขาจะยังพยายามต่อไป และมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จเข้าสักวัน

     ระหว่างที่ยังพัฒนากุหลาบสีฟ้ากันไม่ได้ ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็สนุกสนานกับการสร้างลูกเล่นให้ดอกไม้

     ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวนอย่างสเกอร์วิน มีผลงานเป็นต้นกุหลาบไร้หนาม

     “ผลที่ได้ยังไม่แน่นอนสักเท่าไหร่หรอก” สเกอร์วินบอก “แต่เราได้ต้นที่ไม่มีหนามเลยมาแล้วสองต้น”

     นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยที่เล่นสนุกด้วยการพัฒนากุหลาบที่มีกลิ่นหอมหวานมากขึ้น โดยเอายีนจากดอกไม้ป่ากลิ่นหอมผสมเข้าไป

     แต่สำหรับอนาคตของกุหลาบสีฟ้านั้น ตอนนี้คงต้องบอกว่าให้ใช้วิธีย้อมสีไปก่อน รับรองได้กุหลาบฟ้าชัวร์

     ถึงจะยังไม่มีโอกาสส่งกุหลาบสีฟ้าเป็นของขวัญพิเศษสุดให้หวานใจ แต่ตอนนี้ก็มีดอกกุหลาบหลากสีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหวกันอยู่แล้ว ก่อนตัดสินใจมอบดอกกุหลาบเป็นของขวัญให้ใคร ลองศึกษาดูความหมายของกุหลาบแต่ละสี ตามที่สมาคมผู้ปลูกดอกไม้จัดแจกันนานาชาติเขาระบุเอาไว้

     กุหลาบสีแดง ความหมายคือ ความรัก ความปรารถนา ความเคารพ

     กุหลาบสีแดงเข้ม ความหมายคือ ความงามที่เจ้าตัวไม่ตระหนัก

     กุหลาบสีชมพู ความหมายคือ ความสุข ความชื่นชม มิตรภาพ ความเห็นอกเห็นใจ

     กุหลาบสีชมพูอ่อน ความหมายคือ ความนิ่มนวล ความร่าเริง และความชื่นชม

     กุหลาบสีชมพูเข้ม ความหมายคือ ความรู้สึกสำนึกบุญคุณ

     กุหลาบสีม่วง ความหมายคือ ความรักแรกพบ และความมีเสน่ห์

     กุหลาบสีขาว ความหมายคือ ความบริสุทธิ์

     กุหลาบสีเหลือง ความหมายคือ มิตรภาพ ความห่วงใย ความยินดี หรือความเป็นอิสระ

     กุหลาบสีส้ม ความหมายคือ การแสดงความกระตือรือร้น และความตื่นตาตื่นใจ

     กุหลาบสีขาวและสีแดงรวมกัน ความหมายคือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว

     กุหลาบสีแดงและสีเหลืองรวมกัน ความหมายคือ ยินดีด้วย
======================

    ราชินีแห่งกุหลาบ และสุดยอดของราชินี ฮืม เจ๋งว่ะ หาท่าจะยาก เอาดอกนี้แหละ สวยดี

    มีอีกดอกหนึ่ง สีฟ้าเหมือนกัน สวยไม่แพ้กันเลย(แอบชอบอันนี้มากกว่าซักหน่อย) ไม่รู้ว่าชื่ออะไร และเหมือนหาไม่ได้ในไทยด้วย

http://i163.photobucket.com/albums/t312/nijjee/IMG_7303.jpg

Misia- Yakusoku no tsubasa & Tokyo Tower Mom Me and sometimes Dad

     สองเรื่องวันนี้ เป็นอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันเลย แต่ก็เกี่ยวเนื่องกัน ตรงความสุดยอดของทั้งสองอย่างนี้

     เริ่มจาก Misia เธอเป็นนักร้อง Japan ที่มีพรสวรรค์มาก ผมเปรียบเทียบเหมือน Beyonce Japan เลยอ่ะเสียงร้องของเธอ แบบว่าสูงได้ใจมาก และเสียดสีไปถึงเบื้องลึกของหัวใจ ให้สั่นสะท้านในอารมณ์เพลง ทำนอง และเสียงเพลง เพลงนี้ได้ถูกนำมาเป็นหนึ่งใน Soundtrack ของหนังเรื่อง Cyborg She และช่วงที่ใส่ในหนังนี่ ไม่น้ำตาเล็ดก็ให้รู้กันไป (อยากดูครั้งที่สองใจจะขาด แต่รอสอบวิชาแรกเสร็จก่อน ก็จะไปเลย) ลองฟังเสียงขอเธอดูแล้วกัน พร้อมกัน MV จะได้รู้สึกถึงความสุดยอดของเพลงนี้

http://www.youtube.com/watch?v=MvtRnZWxJHw

 

Tokyo Tower Mom Me and sometimes Dad 

     อีกเรื่องหนึ่งเป็นหนัง ที่ชื่อว่า Tokyo Tower, Mom me and sometimes Dad ว๊าว แค่ชื่อหนังมันต้องมีอะไรแน่ๆ ก็ละครับ หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อ Tokyo Tower ตามชื่อหนังเปะ คนเขียน เขียนเพื่อรำลึกแม่ที่เขาเสียไปด้วยโรคมะเร็ง หนังถูกทำเป็นซีรีย์ญี่ปุ่น และก็เป็นหนัง ฉายในปี 2006 ปรากฏว่า หนังได้ Japan Award ถึง 5 รางวัล รวมถึงรางวัลใหญ่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผกก ยอดเยี่ยม, บทยอดเยี่ยม และถ้าใครดูในหนังก็จะรู้ว่า แม่แกสมควรได้รางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม(ก็ได้ไง)

  

    หนังบอกอะไรเรา หนังทำให้เรานึกถึงแม่(ถ้าใครยังไม่ดูเรื่องนี้ ก่อนท่านแม่ของท่านจะเสีย ก็จงรีบๆๆๆๆๆ ด่วนๆ ดูซะน่ะครับ)  เด็กคนหนึ่ง ดีใจที่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ ใช้จ่ายเงินอย่างผลาญชีวิต แต่เมื่อแม่ป่วยเป็นมะเร็ง สิ่งที่ท่านควรจะทำ คืออะไร ลองตอบโจทย์นี้ก่อนครับ แล้วค่อยดูหนัง ในหนังได้ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเรา(ลูกๆที่ดีทั้งหลาย) ว่าเราควรจะทำยังไง

 

     สิ่งที่ผมชอบมาก และหนังแยบอย่างเจ็บๆ ก็คือ sometimes Dad เนี่ยแหละ พ่อที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ตั้งแต่ต่อเรือ ชีวิตครอบครัว สัปะเหรก เกเร จนแม่ทนอยู่ไม่ได้ แต่ด้วยสายเลือด พ่อส่งถึงลูก มันถึงอยู่แล้วครับ ตัวลูกเอง ก๊มีหลายครั้งทีเดียว ที่ชีวิตเกือบจะเหมือนพ่อของตนเอง เรียนเกือบจะไม่จบ แต่แม่ก็ยังปลูกฝัง ยังสอน และพาลูกฝ่าอุปสรรคนั้นมาได้ ด้วยความไม่ย่อท้อ โดยแม่สอนว่า อย่ายอมแพ้ แม้กระทั่งตอนท้ายเอง เรื่องเล็กๆอย่าง แค่ส่งงานให้ทัน แม่ยังกลับมาเข้าฝันบอกว่า ให้ทำงานให้เสร็จ ร้ายกาจ!!!

 

     Tokyo Tower เป็นสัญลักษณ์ของเรื่องเลยก็ว่าได้ (คล้ายๆ Always) คือ เริ่มจากตอนที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่แม่ก็ย้ายหนีพ่อ(ตอนแรกอยู่ในโตเกียว) ไปอยู่ชนบท จนกระทั้งสุดท้าย กลับมาตายที่โตเกียว การเติบโตของตัวละคร และควรเปลี่ยนแปลง มันช่วงแตกต่างไปซะเหลือเกิน(จากตอนแรกที่โตเกียวทาวเวอร์ เพิ่งสร้างเสร็จ จบปัจจุบัน ตึกสูงๆเ)ต็มไปหมด

 

     หนังไ ม่ได้ทำให้ช่วงที่แม่ตาย เศร้านัก แต่มันเจ็บตรงที่ก่อนตาย การทำคีโม เนี่ย(น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ) หนังทำให้มันดูน่ากลัวยังไงชอบกล มันเป็นความทรมานที่คนเป็นลูกทุกคน ผมเชื่อว่า เจ็บเหมือนกันหมดอ่ะ ดูแล้ว sad มากๆ เจ็บมากๆ ถ้าเป็นชีวิตจริงของท่านละ ท่านจะทนรับต่อเหตุการณ์นั้นได้ไหม

 

    ภาพสุดท้ายนี่ เ ป็นภาพที่มีความหมายลึกซึ้งเหมือนกัน คือ ภาพที่ลูกเดินนำหน้าแม่ ฮืม คิดแล้วมันช่าง... จริงๆ ชีวิตวัยเด็ก เรามีคนที่จะคอยนำทางเราตลอด แต่เมื่อท่านแก่ตัวลงไปแล้ว เราต้องพร้อมที่จะเดินนำท่านเสมอ ท่านเชื่อใจเราตลอดเวลา เพราะท่านคาดหวังว่า เราจะเป็นคนดี ทำให้ท่านภูมิใจ

    หนังเ รื่องนี้ สมศักดิ์ศรี ยิ่งใหญ่ ยอดเยี่ยม และทำให้คนดูซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก น่าเสียดายมากที่ไม่ได้ดูในโรง เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมแห่งปีจริงๆ

edit @ 21 Sep 2008 22:33:22 by !!! L_[V]eeM :-

Air- Bash

posted on 15 Sep 2008 21:59 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

Air- Bash

Link: http://www.imeem.com/mykindaofmusic/music/FH_UNldt/bach_air/

    เพลงนี้แบบว่า เหมือนเคยได้ยินที่ไหนเหมือนกันแหละ พอได้ฟังแล้วสะท้านเลยว่ะ (ข้ามช็อตเสียงน้ำไปหน่อยน่ะ ซีด) เพลงมันโหยหวน วาดฝัน มองหา แสนไกล ซึ้งในอารมณ์เพลงมาก เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ Bash ทำได้สุดยอดมากเลยว่ะ ติดหนึ่งในทำเนียบเพลง Classic ตลอดกาลเราไปและ เพลงมีชื่อว่า Air ซึ่งก็มีหลายตัวเหมือนกัน ซึ่งมีตัวธรรมดา กับตัว G String เราว่าตัวธรรมดาเพราะกว่ามากๆ เสียงไวโอลินแสบสะท้านลึกเข้าไปถึงในหัวใจ ฟังแล้วโหยหวน เหมือนต้องการอะไรบางอย่าง เพลงมันบีบหัวใจสุดๆ แอบหลอนนิดๆ เหอๆๆ เอาสายน้ำมาฝากด้วย เพราะเพลงนี้มันใส่ทำนองน้ำไหลมาด้วย ลองฟังแล้วมองสายน้ำไปด้วย เราว่า ได้อารมณ์ลึกโคตรๆ เลยล่ะ

   

Ao Dai

posted on 17 Aug 2008 15:50 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

"อ๋าว หญ่าย"

    ชุดประจำชาติเวียดนาม มีเอกลักษณ์และสวยงามมาก...


    ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ความประทับใจแรกบนเวียดนาม ก็คือชุดอ๋าว หญ่ายเนี่ยแหละ เป็นชุดที่ค่อนข้างเรียบง่าย ราบรื่น สีฟ้าสดใส รื่นเริง สงบสเงี่ยม อ่อนหวาน ตัดกับกางเกงสีขาวที่ให้ความรู้สึกกลมกลืน สดใสอย่างลงตัว สำหรับเสื้อนั้นจะมีด้านหน้ากับด้านหลัง เป็นผ้ายาวลงมาจนถึงเท้า ให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำ ที่ไหลคล้อยไปตามเรือนร่างของหญิงสาว หมวก น๊อนลา เป็นหมวกสานใบจาก ให้ความรู้สึกเหมือนคนจีนยุคเก่าก่อน ที่ใส่หมวกแบบนี้เดินไปมาตามท้องถนน หมวกตัดกับเสื้อผ้า กางเกง ให้ความรู้สึกบ้านๆ สงบเสงี่ยม อยู่กับธรรมชาติ ฝ่าแดดลมทนฝน แข็งแกร่ง กระด้างนิดหน่อย การที่ชุดอ๋าว หญ่ายมีโทนสีๆเดียว ให้ความรู้สึกสดชื่อ สบายตา บริสุทธิ์ ท่าเดินที่สระสรวย ทำให้ผ้าด้านหน้าพริ้วไหว เหมือนสายน้ำ ระยิบระยับ บาดตา การเต้นที่ดูบ้านๆ ช่างงามชดช้อย ราวกับสวรรค์นิทรา เราแทบจะไม่อยากตื่นจากความฝันนั้นเลยจริงๆ

Why so serious!!!

posted on 25 Jul 2008 14:04 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

Why so serious!!!

    You look nervious. Why so serious...

Someone may do something extrodnary and make people nervious but why so serious!!!

This is Banned-Poster of TDK. I think it great blood and scary!!

and this crazy one is likely bloody but a symbol is never banned(stupid MPAA).

    ภาพเหล่านี้บอกอะไร ฝั่งอเมริกาเค้าก็มีแบน โปสเตอร์เหมือนกัน แบบแรกเป็นแบบทั่วไปที่ใช้ได้ แบบที่ 2 เป็นแบบที่โดนแบนเพราะเป็น Poster R-Rated ส่วนแบบสุดท้าย ไม่โดย แต่สังเกตดีๆ Batmarang มันสีแดงเลือด มีความหมายลึกซึ้งอยู่ แต่อาจเพราะ MPAA ไม่สนใจร็อก มันแค่สัญลักษณ์ แต่การตีความมันใช่เลย

     เอา Theme ของ Batman Begin มาใส่(ไม่รู้จะเปิดติดไหม) เนื่องจากตัว Score นี้แต่งโดย Hanz ZImmer เราจะรู้สึกถึงกลิ่นของ Pirates นิดๆ ฟังแล้วนี่ใช่เลย สไตล์พี่แกชัวร์ เพลงเพราะดีน่ะ หนักแน่น ตึงตัง หลอน และสยอง ดิบเถื่อน สมใจเลยหละ

ps. red is blood mean death. "It's simple kill the batman."

ใบปิดหนัง ที่มัน เxยมาก

    ลองดูใบปิดนี้ดีๆ 51% Motherfucker และก็ 49% SON OF BITCH อะไรมันจะขนาดนั้นฟร่ะ

    ประมาณว่านี่เป็นหนังของ ROB ZOMBIE ปีก่อนก็มีหนังเรื่อง HALOWEEN(REMAKE) คือพี่แกออกแนวโหดๆเชี้ยๆประมาณนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นหนังเรื่องต่อไปของพี่แก Tyrannosaurus Rex มันก็น่าจะออกมาสุดโต่งขนาดนี้แน่นอน เหอๆๆ