Review: The Dark Knight

posted on 16 Jul 2008 21:39 by l0ui5  in Movie

Review: The Dark Knight

     TDK เป็นหนังที่เรียกได้ว่า Most Anticipate ประจำปีนี้เลยทีเดียว มากซะกว่าเรื่องไหนๆในรอบหลายปีที่ผ่านมา ปี 2006 Pirate of the Caribbean: Dead Man Chest ได้สร้างความประหลาดใจสุดๆเมื่อหนังก้าวผ่าน 400 ล้าน$ ได้อย่างสวยหรู นับเป็นหนังภาคต่อที่ยิ่งใหญ่มากเรื่องหนึ่ง Batman ในเวอร์ชั่นของ Christopher Noland ได้เริ่มต้นใหม่กับ Batman Begin ซึ่งเป็นการลบภาพ Batman สมัยก่อนๆออกอย่างหมดสิ้น เรียกได้ว่าเป็น Batman ฉบับที่ดูแล้วลุ้นระทึกกว่าภาคเก่าๆมากมาย ภาคเก่าๆในเวอร์ชั่นของ Tim Burton นั้น ผสมความกิ๊กก๊อกของ Batman ไว้ด้วย แต่เวอร์ชั่นใหม่นี้ ทั้งเข้มข้น หนักแน่น เยือกเย็น และยิ่งกับภาคต่อ ด้วยละก็ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

      The Prestage เป็นหนังพักครึ่งของ Christopher Noland เลยก็ว่าได้ และก็เป็นหนังที่ Christan Bale เล่นด้วยอีก กลายเป็นว่า เป็น ผกก กับ นักแสดงคู่บุญไปอีกคู่หนึ่งแล้ว ซึ่ง The Prestage นั้น ไม่ธรรมดาทีเดียว กับตอนจบที่พลิกล็อกถล่มทลาย จบแบบประทับใจ อึ้งไม่มีลืม ดูสองสามรอบ ยังงงอยู่เลย ดังนั้นเราคาดหวังกับ TDK ได้เลยว่า หนังมันต้องมีอะไรที่มากกว่านั้นแน่ๆ

 

      TDK เป็นตอนของ Joker ตัวร้ายที่เป็นหนึ่งในตัวร้ายที่น่ากลัวที่สุด ในโลกภาพยนตร์ เป็นตัวละครโรคจิต ที่แข็งแกร่งมาก มันมีอะไรที่ดูแล้วก็รู้สึกว่าเจ๋งอย่างรุนแรง และยิ่งได้ ฮีธ เลดเจอร์ มารับบทด้วยแล้วละก็ หายห่วง แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ ฮีธ เลดเจอร์นั้น ได้จากเราไปเสียแล้ว มันทำให้เกิดอีกความรู้สึกหนึ่งใน TDK ตัวละครที่เขาสวมบทบาทนั้นมันร้ายกาจ ชีวิตจริงก็โหดร้าย เราคงดูผลงานสำเร็จสุดท้ายของพี่แก คงเป็นลายเซนต์ที่ติดตัวพี่แกไปอีกนานเลยทีเดียว

 

      Two Face เป็นตัวละครที่น่าสนใจ ใน Batman ภาคก่อนก็พยายามจะปูเรื่องราวไว้ แต่ก็ไม่สามารถสานต่อได้สำเร็จ แต่สำหรับเวอร์ชั่นใหม่นี้ การปูพื้นให้ Two Face ในภาคต่อนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนุกยิ่ง ในเมื่อ Noland บอกว่า Two Face นั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะมากล่าวผสมกับตัวร้ายอื่นนั้น โคตรเห็นด้วยเลย เรื่องของ Two Face ทำได้อีกตอนหนึ่งสบายๆ ถ้าใครได้มีโอกาสเห็นรูปของ Two Face จริงๆแล้วละก็ เป็นอะไรที่สมจริงอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว อึ้งโคตรๆๆๆ

 

      ไม่พูดมากแล้ว วันพรุ่งนี้ก็เข้าแล้ว ไปดูในโรงเอาดีกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง มันคงนานพอๆกับ Pirate 2 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่กับ TDK นี้ ก็คาดหวังเหมือนกันว่า จะทำลายหลายๆสถิติลงไป กับคำว่า Most Anticipated ของปี และหวังให้เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ทำรายได้เกิน 350+ ซักที เพราะไม่มีใครทำได้อีกนับจาก Pirate2 ก็ลุ้นเอาคับว่าจะเปิดตัวหนักแน่นแค่ไหน จะแซง Spidy3 ไหม ก็ลุ้นกัน หนังรับประกันความมันส์ เรต PG-13 เน้อ

ใบปิดหนัง ที่มัน เxยมาก

    ลองดูใบปิดนี้ดีๆ 51% Motherfucker และก็ 49% SON OF BITCH อะไรมันจะขนาดนั้นฟร่ะ

    ประมาณว่านี่เป็นหนังของ ROB ZOMBIE ปีก่อนก็มีหนังเรื่อง HALOWEEN(REMAKE) คือพี่แกออกแนวโหดๆเชี้ยๆประมาณนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นหนังเรื่องต่อไปของพี่แก Tyrannosaurus Rex มันก็น่าจะออกมาสุดโต่งขนาดนี้แน่นอน เหอๆๆ

จุดอิ่มตัว

posted on 03 Jul 2008 12:38 by l0ui5  in Daily-Life

จุดอิ่มตัว

     เหมือนว่าเคยได้ยินประมาณ 2 คำพูด ก็คือ "พี่ไม่อยากให้แกทำงานว่ะ" กับ "ปล่อยให้มันรู้ว่าเหนื่อยยังไง"

     ก็เอาน่ะมันต้องลองถึงรู้ เมื่อได้ลองแล้วก็รู็ซึ้งถึงความลำบากเลยอ่ะ มันเป็นอะไรที่สุดๆมาก ทำอะไรเพื่อคนเยอะๆเนี่ย มันเหนื่อยมาก เหนื่อยกายก็ส่วนหนึ่ง แต่เหนื่อยใจเยอะกว่าเนี่ย มันไม่ไหวเอาซะจริงๆ

     แต่ด้วย สปิริต ที่เมื่อทำแล้วต้องทำต่อให้จบ ไอ้จุดอิ่มตัวนี่มาเร็วเหมือนกันแหะ คงเพราะเรามี Project ที่เราต้องทำอีก เรื่องเรียนอีก ถ้ามัวทำแต่กิจกรรม มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน

     จุดอิ่มตัว... ฮืม

วัฎจักร

posted on 28 Jun 2008 20:07 by l0ui5  in General

วัฎจักร

    รู้สึกมานานกับวัฎจักร การที่เราจะทำวัฎจักรให้กลายเป็นเรื่องไม่น่าเบื่อ เราว่ายากน่ะ และยิ่งถ้ามันต้องกลายเป็นวัฎจักรนั้นไปอีกนานเป็นปี เป็นสิบปี มันต้องการการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น

    เหตุเกิดจากการเดินกลับหอแทบทุกคืนของเรา มันช่างรู้สึกว่า น่าเบื่อเสียนี่กระไร เสียเวลา เสียพลังงาน มันต้องอดทนเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ คำตอบคือ อีก 1 ปีเอง

    นี่แค่ 1 ปี แต่เราก็เริ่มทนไม่ได้ เพราะมันทั้งเสียเวลาที่เราจะพัก กลับหอมาทีกว่าจะได้นอน ต้องอาบน้ำ เล่นคอม ถึงจะนอนได้ ใช่ว่าเวลาที่เสียไปกับการเดินมันจะสั้นๆ ทั้งหมดกินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้นอน นั่นหมายความว่า ถ้าเราเหนื่อยแบบพีค สุดๆ ครึ่งชั่วโมงนั้น มันก็จะกลายเป็นวัฏจักรที่โหดร้ายมาก(ดังที่เป็นอยู่ทุกวัน) ผสมกับความขี้เกียจ เราจะเห็นวัฎจักรนี้เป็นวงจรอุบาศว์ มาก แต่ก็ไม่รู้จะแก้ยังไงเช่นกัน

    วัฎจักรมีทั้งอุบาศว์ หรือที่เรียกกันบ่อยๆว่า วงจรอุบาศว์ กับไม่อุบาศว์(ไม่รู้เหมือนกันเป็นไง) อะไรที่มันซ้ำๆเรื่อยๆ อย่างกินข้าวร้านนี้ทุกวัน มันจะกลายเป็นวงจรไม่อุบาศว์ได้ยังไง

    อยู่ที่มุมมองน่ะครับ...

    

เพราะอะไร

posted on 17 Jun 2008 09:31 by l0ui5  in Idel-PICandMUSIC

Title : เพราะอะไร
Artist : ป้าง 

เธอเคยถามกับฉัน ที่ฉันรักเธอ
ว่าอยากจะรู้รักเพราะอะไร
กลับไปคิดไปค้น ใคร่ครวญมากมาย
ไม่เจอ...คำตอบ

ที่ผ่านมานั้นไม่คิดอยากรู้ที่มา
และไม่เคยหาเหตุผลใด ๆ
แค่ตัวฉันเพียงรู้ว่าเป็นสุขใจเมื่ออยู่เคียงกัน

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล
ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม
รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ

หากจะหาเหตุผลสักคำ
ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ
เจอสิ่งดีงาม

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล
ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม
รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ

หากจะหาเหตุผลสักคำ
ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ
เจอสิ่งดีงาม

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ก็เจอแต่สิ่งดีงาม
ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ได้เจอแต่สิ่งดีงาม

COMMENT : ตอนฟังเพลงนี้แรกๆ ก็ไม่ได้อะไรร็อกน่ะ แต่พอดูโฆษณา บ้าน Happy ไปหลายๆรอบเข้า ก็เริ่มอิน มันเป็นเพลงที่แฝงความรู้สึกพอสมควร เป็นเพลงที่มีควมหมายง่ายๆ กับคำว่า "เจอสิ่งดีงาม" เนี่ย มันเข้าใจง่ายดีน่ะ เวอร์ชั่นนี้เค้า ดัดแปลงจาก Original ของ พี่ป้าง(ชุดนี้ไม่ทันฟัง) เราเลยรู้สึกว่าเวอร์ชั่นใหม่นี้เพราะกว่าเวอร์ชั่นเดิม(55+)

Hulk 2 - 84%

posted on 16 Jun 2008 22:31 by l0ui5  in Movie

 

The Incredible Hulk 

Studio : Universal
Release : June 2008
Genre : Action, SuperHero
Actor : Edword Norton, Liv Tyler
Director : 

Hulk Smash!! 

+ Actor 88%
     ว๊าว ทั้ง Norton และ Tyler ต่างเป็นสองสุดยอดนักแสดงเจ้าบทบาททั้งคู่ บทเรื่องอารมณ์ที่ลึกซึ้งนี่ บรูซ แบนเนอร์ของ Norton เนี่ย สุดๆเลยอ่ะ แม้ว่าบทมีเปลี่ยนไปนิดหน่อย William Hurt ก็เป็นนายพัน ที่โหดเหี้ยมเลยทีเดียว แต่รู้สึกตัวโกงมันออกสูตรสำเร็จไปหน่อยเอง 

+ Photography 82%
     มันมีส่วนผสมเยอะอ่ะเรื่องนี้ มันคล้ายๆ Bourne Ultimatium ผสมกับ Transformer ผสม Resident Evil ภาพมันออกแนวๆนั้นอ่ะ แต่ก็โอน่ะ 

+ Screenwriter 82%
     ไม่ค่อยชอบนักอ่ะ ที่เปลี่ยนต้นเรื่องใหม่ ทำให้เราต้องมาจับจุดเริ่มต้นใหม่(อุตส่าพยายามคิดว่ามันเป็นภาคต่อ แต่ก็น่ะ) ส่วนผสมของบรูซ แบนเนอร์ทำได้ลงตัวดี ส่วนตัวโกง บทมันง่ายไปหน่อยอ่ะ แต่มีความรู้สึกเจ็บปวด ตรงกองทัพ Hulk เนี่ย มันแบบว่า ... เอากันงี้เลยเหรอ ไอ้ด็อกเตอร์คนนั้นก็กลายเป็นคนเลวไปได้ ฮืม เชื่อเลย กองทัพ Hulk ใครจะไปสู้เนี่ยถ้าไม่ใช่ Avenger

+ Edited 88%
     ยอดเยี่ยมใช้ได้เลยทีเดียว หนังตัดไปตัดมา ดูดีพอสมควร 

+ Art Direction 83%
    
Everything is all green แต่ชอบโทนภาคที่แล้วมากกว่า มันดูเหมือนการ์ตูนมากกว่าภาคนี้ที่สมจริงไปหน่อย

+ Costume 83%

+ Make-up 84%

+ Special Effect 84%
     ผมว่ามันมึนๆอยู่ Hulk ดูน่ากลัวขึ้นเยอะ ภาพการต่อสู้นี่ก็เอาซะเต็มมันส์หยดเลย ดูคุ้มสะตังจริงๆ 

+ Score 77%
     ผิดหวังที่สุด  ก็ตรงนี้แหละ ผมชอบ Hulk ภาคแรกเพราะ Score เนี่ยแหละมันชวนหน้าสงสัยพิศวงเจงๆ ภาคนี้เปลี่ยนคน ตีมเลยเปลี่ยน อารมณ์หนังมันเลยเปลี่ยน กลายเป็นทุกอย่างน่ากลัวไปหมด เลยผิดหวังมาก

+ Summary 84%
     ผมว่าก็เรื่อยๆสำหรับเรื่องนี้ หนังมันสูตรสำเร็จ Action,SuperHero ไม่รู้รายได้จะสู้ภาคที่แล้วได้ไหม เหมือนว่าเราจะได้เห็น Avenger เต็มๆก็อีกไม่นานแล้วหล่ะ

Prince Caspian - 86%

posted on 16 Jun 2008 22:19 by l0ui5  in Movie

 

Prince Caspian

Studio : Walt Disney
Release : May 2008
Genre : Fantasy, Child Book
Actor :
Director : Andrew Adamson

ดองมานาน โพสสักหน่อย

+ Actor 80%
     ครั้งสุดท้ายของทั่งสี่พี่น้อง ที่จะได้ผจญภัยเต็มๆอย่างนี้ เพราะครั้งหน้าจะเหลือแค่ 2 คนและ ผมว่าตัวละครทั้ง 4 วิวัฒนาการมากเกินไปหน่อย ปีเดียวเองไมมันดูเว่อขนาดนั้น(ก็น่ะ กว่าจะสร้าง) และประเด็นมันก็โหดกว่าที่จะเป็นเรต PG แต่ก็ทำไปได้เนอะ นักแสดงที่เน้นๆก็คือ ซูซาน สวยขึ้น(55+) ส่วนปีเตอร์ก็ดูดีขึ้นอ่ะ โดยเฉพาะ Prince Caspian นี่ ก็ อืมๆ ตัวร้ายดูธรรมดาๆไปหน่อย อารมณ์แฟนตาซีลดไปพอสมควรเลยอ่ะ ดูเหมือนสงครามมากขึ้น 

+ Photography 84%
     ผมชอบภาพ ภาคนี้พอๆกับภาคที่แล้วเลย แต่ภาคนี้ดูหม่องหม่นพอสมควร กับหลายๆฉาก มันแสดงให้เห็นความเปลี่ยนไปของนาร์เนีย อย่างลึกเลยอ่ะ ภาพสวยมาก 

+ Screenwriter 88%
     ผมว่าหนังมันแฟนตาซีสมบูรณ์แบบดี แต่... หนังน่ากลัวมากเรื่องการตีความ มันตีความได้...สุดๆแล้ว นี่เป็นหนัง anti-Christ ที่...สุดๆอ่ะ 

+ Edited 88%
     สวยดีน่ะ แต่ดูแปลกๆไปหน่อยในช่วงแรกๆ แบบว่าไปนาร์เนีย มันงงๆ ฉากเริ่มมันไม่เหมือนภาคแรก แต่ก็โอแหละ ผ่านช่วงนั้นไป ทุกอย่างก็จะโอเคขึ้น 

+ Art Direction 88%
     ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันทีเดียว 

+ Costume 82%

+ Make-up 84%

+ Special Effect 86%
     เสียดายที่ต้นปีมี Spiderwick ไม่งั้นจะยิ่งตระการตากับภาพแฟนตาซีมากกว่านี้ 

+ Score 83%
     ความเข้มของเสียงลดลงพอควรเลยล่ะ เรื่องกำลังเนี่ย มันน่าใจหายเหมือนกัน เหมือนว่า composer ทำให้หนังขาดเอกลักษณ์พอสมควร เพลงมันมีส่วนผสมของแฟนตาซี สงคราม ความรัก ไม่เหมือนภาคแรกที่เด่นขึ้นมาจากโทนสีขาวที่มันดูสดใสกว่าภาคนี้เยอะเลย 

+ Summary 86%
     ผมเสียดายสุดที่เรื่องนี้เป็นหนังแป๊กเรื่องหนึ่งชอง Summer ผมว่ามันเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ดีที่สุดของซัมเมอร์นี้เลยด้วยซ้ำ แต่แป๊ก(น่าเศร้าเจง) ผมว่าส่วนหนึ่งหนังวางโปรแกรมได้ห่วยบสิ้นดี ก็แน่ละ พบกับ IronMan และ Indy อย่างนี้ ช้ำเลือดช้ำหนอง ได้ข่าวว่า ถ้าสร้างต่อ ภาคหน้าก็คงจะภาคสุดท้าย คงไม่มีใครอยากดู The Last Battle แน่ๆ เพราะมันเป็นหนัง anti-Christ สุดๆ ถ้าสร้างก็ไม่น่าใช่ Walt Disney

     ผมว่าหนังสือภาคนี้มันช่างธรรมดา ไร้รายละเอียดอ่อนสิ้นดี แต่หนังสือถูกดัดแปลงเป็นหนังที่กลายเป็นหนังที่รายละเอียดเข้าถึงจิตนาการคนดูได้ พี่แอนดรู อดัมสัน สุดยอดเจงๆ ตั้งแต่ Shrek แล้วล่ะ ทึ่งเลย

เหมือนโลกมันสดใส

posted on 06 Jun 2008 22:16 by l0ui5  in Daily-Life

เหมือนโลกมันสดใส

    เป็นอีก 1 โพสระบายความรู้สึก เกี่ยวกับเมื่อเราขึ้นปี 4 แบบว่า เห็นน้องๆปี 1 หน้าตาสดใส เสื้อใหม่ รองเท้าขาวใส มันเหมือนทุกอย่างดูสดใสไปหมด น้องๆผู้หญิงปี 1 ดูน่ารัก ลายตาไปหมดเลย เหอๆๆ

    ไม่รู้ซิ แค่รู้สึกว่ามันชื่นมื่น ลื่นตายังไงไม่รู้ ก็มีความสุขดี มีน้องๆมาติดต่องานเยอะที่ อบ.ก. ก็เลยหาเรื่องนั่งเฝ้าไปเรื่อยๆ มีน้องมารู้สึกชีวิตคึกคัก เหอๆ

    ก็น่ะ เมื่อจบไปแล้วก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นความน่ารักสดใสในชุดนิสิตนี้อีก งืมๆ น่าเสียดายเจงๆ

เปิดเทอม ครั้งสุดท้ายในชีวิตมหาลัย... เฮ้อ

    เปิดตั้งแต่วันที่ 2 แล้วล่ะ แต่ไม่ค่อยว่างระบาย อะไรๆ มันก็ยังคงเปลี่ยนไป ความรู้สึกมันแปลกๆอ่ะ แบบว่า ตอนฝึกงาน แล้วกลับมาเรียนเนี่ย รู้สึกเลยว่าชีวิตทำงานมันเหนื่อยกว่าเรียนมากๆ อย่างชัดเจนที่สุด แต่มานึกว่านี่ก็ปีสุดท้ายแล้ว ใช้ชีวิตมหาลัยให้คุ้มดีกว่า ก่อนที่จะเสียดายไปจนตายเลย เหอๆๆ

    ตอนนี้เราไม่ค่อยรู้จักน้องปี 1 นัก ก็อย่างว่าแหละ ปีที่แล้วก็ไม่ค่อยรู้จักเหมือนกัน แต่ก็พอมีคุ้นๆ แบบตัวแรงๆก็พอคุ้นอยู่ จำหน้าได้ คาดการณ์ head รุ่นได้ แต่รุ่นนี้ไม่ได้ลงไปทำอะไรมากนัก ก็เลยได้แต่ฝากน้องๆไป พอฝึกงานผ่านมา เหมือนเส้นขีดบางๆระหว่าง เรียนกับทำงาน มันได้เกิดขึ้นแล้วอ่ะ ชีวิตวัยเรียนปีสุดท้าย มันช้าง ... เฮ้อ

    จะว่าไป ทำงาน อบ.ก. มันหนักกว่าทำงานอีกว่ะ งานเข้าตลอดเลย แต่มันมีความสนุกแบบไม่แฝงอะไรอยู่ ทำงานมันเพื่อเงินอะ ไม่ได้ทำด้วยใจขนาดนี้ งานมันจะหนักมากๆเป็นช่วงๆ พอพ้นช่วงหนักๆมา มันก็จะหนักอยู่ แต่ไม่หนักๆ ...

    วันเปิดเทอมปีสุดท้ายผ่านมาแล้ว ฮืม คิดถึงอดีตอันแสนหวานเจงๆๆ

เซ็ง กับการตรวจของพนักงาน BTS

    ผมก็พอจะเข้าใจการสุ่มตรวจของ BTS น่ะ เพราะว่ามันเขียนอยู่ในสมุดแนะนำการใช้ ว่า พนักงาน BTS มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบการใช้บัตร แต่มันต้องมีขอบเขตกันบ้าง ไม่ใช่...

    ผมเป็นคนหนึ่งที่โดยสุ่มตรวจบัตรบ่อยมาก โดยเฉพาะ BTS หมอชิตเนี่ย ไม่รู้จะถูกฉโลกอะไรหนักหนา ตกสัปดาห์ละรอบเลย ช่วงฝึกงานที่ผ่านมา ที่ต้องนั่ง BTS ไปทำงานทุกวัน สิ่งที่เขาจะขอดู ก็มีบัตรนิสิต กับบัตรประชาชน อันที่จริงเค้าก็เขียนอยู่น่ะ ว่าอายุไม่เกิน 23 ขอบัตรประชาชนใบเดียวก็น่าจะพอ แต่ก็ไม่ว่าอะไร ตอนไปทำงานเราก็ใส่ชุดนิสิตไป แต่ก็มักจะโดนสุ่มตรวจอยู่บ่อยครั้ง

    แต่มีหลายครั้งทีเดียว ที่เราเคยเห็น แบบว่า คนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ พอเดินเข้าไปก็ไปขวางเค้า แล้วดึงตัวออกมา ขอตรวจบัตร คือตอนเห็นก็ยังไม่เท่าไหร่น่ะ แต่พอได้เจอเอาเค้าจริง ไม่ไหวว่ะ คนกำลังเครียด แม้มาขอตรวจ

    เหตุการณ์มีอยู่ว่า ตอนนั้นงานเข้า เป็นงานปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่ขนาดว่าถึงคิ้วขมวด กำลังเดินออกจาก BTS ก็มีพนักงานเข้ามาขวางแล้วขอตรวจบัตร คือเรากำลังเครียดอยู่แทบอยากจะชกหน้า ไม่เกรงใจกันเลยมันไม่เหมือนการสุ่มตรวจเลย เหมือนแม้งจงใจกวนตรีน ยังไงไม่รู้ คนเค้าโทรศัพท์อยู่ น่าจะรู้มารยาทกันบ้าง

    เอาว่าเซ็ง แต่ก็ทำไรไม่ได้ รู้สึกเหมือนความเป็นกลาง มันหาได้ยากบนโลกใบนี้เจงๆ